จากสถานการณ์ในแถบตะวันออกกลางปัจจุบัน ทำเอาราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งเบนซินและดีเซล ทำเอาคนมีรถใจเต้นรัว ๆ มาตลอดหลายสัปดาห์มานี้ เพราะนั่นหมายถึงเงินที่ต้องใช้จ่ายมากขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้
นินนินจึงชวนกันมาส่องทริคดูแลรถให้เจ้าของประหยัดค่าน้ำมันที่แพงสูงขึ้น เป็นข้อปฏิบัติเล็ก ๆ ที่ให้ผลลัพธ์น่าสนใจ (บางอย่างเราอาจจะทำอยู่แล้วโดยไม่รู้ตัวครับ)
1. วางแผนเส้นทางการเดินทาง
เป็นวิธีการที่แบ็คทูเบสิคที่สุด แต่ได้ผลอย่างดีเชียว เราอาจฝึกเป็นนิสัยให้มีการประเมินเส้นทางการใช้รถในแต่ละวัน หากมีทำธุระที่ไหน ควรเลือกศึกษาเส้นทาง หรือเลือกเส้นทางที่ใกล้ที่สุด เลี่ยงรถติด หรือรวบธุระในเส้นทางเดียวกันต่อเที่ยวการเดินทางครั้งนั้น ๆ ทำให้ไม่ต้องไปหลายครั้ง หรือหากต้องการไปสถานที่ใกล้ ๆ อาจเลือกเดิน ปั่นจักรยาน แทนการขับขี่ยานพาหนะ ถือว่าได้ออกกำลังกายไปในตัว

2. ควบคุมความเร็ว ลดการใช้เชื้อเพลิง
การขับรถยนต์ด้วยความเร็วคงที่ ประมาณ 80-90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั้นทำให้เครื่องยนต์เผาผลาญเชื้อเพลิงได้เต็มประสิทธิภาพที่สุด หากขับตลอดเส้นทางจะช่วยลดอัตราการใช้เชื้อเพลิงได้ ทั้งนี้อาจร่วมกับการไม่เหยียบเบรค หรือเร่งบ่อย ๆ และใช้เกียร์อย่างเหมาะสมเพื่อไม่ให้รอบของเครื่องยนต์สูงเกินไป ช่วยให้รถลดการใช้น้ำมันมากขึ้น
3. เช็คและบำรุงรักษารถอย่างถูกต้อง
หากเครื่องยนต์และชิ้นส่วนสำคัญภายในรถยนต์ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ได้รับการทำนุบำรุงรักษาตามระยะเวลาที่กำหนด นอกจากช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยแล้วยังช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อาทิ หัวเทียน ไส้กรองอากาศที่ส่งผลต่อการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงที่มีประสิทธิภาพ และประหยัดการใช้น้ำมัน

4. เลือกใช้งานยางรถยนต์ที่ประหยัดน้ำมัน
มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในวงการยางรถยนต์ที่ออกแบบให้ ส่วนผสมของสารที่อยู่ในยางช่วยลดความเสียดทานระหว่างล้อยางกับพื้นถนน ทำให้ไม่ยึดติดกับพื้นถนนมากเกินไป ประสิทธิภาพการหมุนของล้อดีขึ้น มีแรงต้านในการหมุนต่ำ เครื่องยนต์ออกแรงน้อยลงในการขับเคลื่อนล้อ และสามารถไหลต่อไปได้แม้ผ่อนคันเร่งแล้ว จึงช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้ แต่ก็มีข้อที่ต้องทราบเช่น ยางอาจมีความแข็งมากกว่ายางชนิดอื่น ๆ มีเสียงจากล้อยาง และใช้ระยะในการเบรคมากขึ้น
5. ไม่บรรทุกของหนักเกินจำเป็น
หากน้ำหนักรถยนต์มากก็มีผลต่อการทำงานของเครื่องยนต์ที่มากขึ้น ทำให้ต้องใช้น้ำมันมากกว่าปกติเพื่อขับเคลื่อนรถ ฉะนั้นของที่ไม่จำเป็นก็ควรขนลงจากรถ เคลียร์รถให้โล่ง นอกจากบรรยากาศดี-ทัศนวิสัยดีแล้วยังประหยัดน้ำมันไปในตัวอีกด้วย

6. ลองใช้เครื่องยนต์โหมดประหยัดพลังงาน ปุ่ม ECO หรือ ECON
เป็นโหมดที่รถยนต์จะควบคุมการสั่งจ่ายน้ำมันน้อยกว่าปกติ การสูญเสียน้ำมันจากการเผาไหม้น้อยกว่าปกติ เป็นทางเลือกในกรณีฉุกเฉินน้ำมันใกล้หมด หรือตอนขับขี่ช่วงจราจรหนาแน่นก็ได้ เพราะว่าเมื่อใช้โหมดนี้ รอบเครื่องรถยนต์จะช้าขึ้น ทำความเร็วได้ไม่มากนัก เหมาะกับช่วงไม่ต้องขับแบบทำความเร็ว
7. เข้าเกียร์ว่างช่วงรถติดนาน ๆ
ระหว่างเส้นทางที่ต้องเจอกับรถติดนาน ๆ หรือไฟแดงหลายนาที สามารถเลือกเข้าเกียร์ว่าง แทนที่เข้าเกียร์ D ทิ้งไว้ นอกจากจะไม่ต้องเมื่อยเท้าในการเหยียบเบรคแล้ว ยังมีการทดสอบยืนยันแล้วว่าช่วยประหยัดน้ำมันมากกว่าแช่ไว้ที่เกียร์เดินหน้าครับ
8. ดับเครื่องยนต์
แทนที่จะติดเครื่องยนต์ระหว่างรอทำธุระ อาจเปลี่ยนเป็นการจอดและดับเครื่องยนต์ไปเลย ช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น และลดมลพิษทางอากาศอีกด้วย มีการทดสอบว่าหากติดเครื่องยนต์แล้วจอดไว้เฉย 5 นาที ทำให้เปลืองน้ำมันถึง 100 cc. ครับ
9. เติมลมยางช่วยลดการใช้น้ำมันได้
เพราะว่าลมยางของรถยนต์ที่อ่อนเกินไปนั้นส่งผลให้ต้องเหยียบคันเร่งมากขึ้นและส่งผลให้ต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้น เพื่อขับเคลื่อนรถ ฉะนั้นต้องหมั่นเช็คและเติมลมยางทุกล้อให้อยู่ในค่าปกติตามคู่มือรถแต่ละรุ่นอยู่เสมอ
10. ไม่กระทืบเบรค หรือเบรคกะทันหัน
มีผลวิจัยออกมาว่าการเหยียบเบรคบ่อย ๆ ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันได้มากขึ้น 30-40% นอกจากนั้นการเหยียบเบรคบ่อย ๆ ยังส่งผลเสียต่อรถยนต์ด้วย เพราะว่า ยางและผ้าเบรคจะเสื่อมก่อนเวลาครับ
ลองนำไปใช้และนำมาแชร์กันนะครับว่าทริคเหล่านี้พอจะช่วยให้เรา ๆ ประหยัดค่าน้ำมันเพิ่มขึ้นได้จริงไหม จะได้ไม่กระทบสถานะทางการเงินระหว่างรอให้สถานการณ์น้ำมันเอื้อต่อการใช้ชีวิตของเรามากขึ้น
สามารถติดตามสาระน่ารู้เรื่องรถยนต์ได้ที่เว็บไซต์ และโซเชียลมีเดียของเรา และที่สำคัญ ที่ TTIB เรามีประกันรถยนต์ไว้ให้บริการทุกท่าน เช็คค่าเบี้ย หรือสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับประกันรถยนต์ได้ที่แชท Facebook page: TT Insurance Broker, Line official @ttib หรือ หมายเลขโทรศัพท์ 02-248-4848 วันจันทร์-ศุกร์ในเวลาทำการ 08.30-17.00 น.