รัฐขีดเส้นเอาจริง หลังจากประกาศเตือนล่วงหน้ามาแล้วพักใหญ่ ๆ โดยอ้างอิงกฎหมาย Ride Sharing สำหรับผู้ที่ให้บริการ รับ-ส่ง ผู้โดยสารผ่านช่องทางแอปพลิเคชันต่าง ๆ กำหนดให้ต้อง นำรถไปจดทะเบียนเป็นรถสาธารณะ ประเภท “รย.17/18” ภายในวันที่ 28 ก.พ. 2569 นี้ หากพบว่านำรถที่จดทะเบียนการใช้งานแบบส่วนบุคคลมารับงาน จะมีโทษปรับ 2,000 บาท ฝ่าฝืนปรับหนัก รวมทั้งตัวผู้ให้บริการแอปมีสิทธิ์โดนสั่งระงับธุรกิจอีกด้วย
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าการจัดระเบียบตามกฎหมาย Ride Sharing ในไทย กำชับผู้ขับขี่รถยนต์ผ่านแอปพลิเคชันต้องจดทะเบียนเป็นรถสาธารณะให้ถูกต้องตามกฎหมายภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยรัฐบาลได้วางโครงเวลาไว้ช่วงเดือนมีนาคมจะต้องครบถ้วนสมบูรณ์ พร้อมระบุบทปรับสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืน หลังเดือนมีนาคมเป็นต้นไป
กฎหมาย ‘Ride Sharing’ คืออะไร
กฎหมาย Ride Sharing หรือเรียกชื่อเต็ม ๆ ว่า ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (คธอ.) เรื่อง การดำเนินการอื่นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ประเภทบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะ ที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา 18 (3) ภายใต้ พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (DPS) เป็นประกาศของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (คธอ.) ที่เปลี่ยนบทบาทให้แพลตฟอร์มไม่ใช่แค่ตัวกลางที่ทำหน้าที่เรียกยานพาหนะ แต่มีหน้าที่ในการกำกับและควบคุมการให้บริการเพื่อให้ปลอดภัย โปร่งใส น่า เชื่อถือ และเป็นธรรมกับผู้บริโภค รวมถึงเพิ่มความมั่นใจให้ไรเดอร์ผู้ให้บริการมากขึ้น

โดยกฎหมาย Ride Sharing กำหนดให้แพลตฟอร์มมีหน้าที่ทั้งในด้านการตรวจสอบข้อมูล จัดระบบ แสดงข้อมูลที่จำเป็นให้ผู้บริโภคทราบเพื่อประกอบการตัดสินใจ รวมถึงการมีช่องทางช่วยเหลือฉุกเฉินและระบบร้องเรียนที่เป็นธรรม เนื่องจากมีผู้ร้องเรียนในด้านจริยธรรมของผู้ขับขี่ รวมไปถึงการตรวจสอบประวัติต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้บริการ
ซึ่งขณะนี้ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ เอ็ตด้า (ETDA) ได้ดำเนินการจัดระบบผู้ให้บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน โดยเปิดระบบ Driver Verify เพื่อให้ผู้ขับขี่ลงทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งล่าสุดมีผู้ขับขี่ลงทะเบียนผ่านระบบแล้วจำนวนหลายมื่นคน ซึ่งเป็นเรื่องดีที่สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของผู้ให้บริการ รวมไปถึงแนวโน้มการเติบโตของบริการด้านขนส่งนี้ด้วย รองโฆษกฯ กล่าว
อ่านข้อกำหนดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.tcc.or.th/
บทลงโทษหากฝ่าฝืน (หลัง 31 มีนาคม 2569)
- ใช้รถส่วนบุคคลรับผู้โดยสาร (ไม่จดทะเบียนตามกฎหมายบังคับ) ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
- ขับรถสาธารณะโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือ จำคุกไม่เกิน 1 เดือน
- แพลตฟอร์มฝ่าฝืนข้อกำหนด อาจถูกสั่งระงับการดำเนินธุรกิจได้
ซึ่งการปฏิบัติตามข้อบังคับ กฎหมาย Ride Sharing นี้ มุ่งหวังที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ ทั้งต่อผู้ขับขี่และผู้โดยสาร โดยผู้ขับขี่สามารถประกอบอาชีพได้อย่างถูกต้อง มั่นใจ และได้รับสิทธิตามกฎหมายรถสาธารณะ ในส่วนของผู้โดยสารเองก็จะมั่นใจในความปลอดภัยมากขึ้น เพราะมีระบบติดตามตำแหน่ง (GPS) อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบประวัติคนขับได้ พร้อมทั้งมีช่องทางการร้องเรียนที่เป็นรูปธรรม ทั้งหมดนี้จะเป็นรากฐานของมาตรฐานที่ทำให้บริการ Ride Sharing ในประเทศไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืนและปลอดภัยระดับสากล
รู้จัก สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ Electronic Transactions Development Agency (ETDA / เอ็ตด้า)
เป็นหน่วยงานของรัฐภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2554 เป็นองค์กรที่มีหน้าที่สำคัญในการ ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนา ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Transactions) หรือ ธุรกรรมออนไลน์ ภายใต้ พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) และ พระราชบัญญัติสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2562 เพราะการทำธุรกรรมบนโลกออนไลน์ อาจมีความเสี่ยง การฉ้อโกง การรั่วไหลของข้อมูล การระรานทางไซเบอร์ (Cyberbullying) ฯลฯ ดังนั้นบนโลกดิจิทัลจึงต้องมีทั้งการส่งเสริมและกำกับดูแลอย่างมี Digital Governance หรือธรรมาภิบาล โดยมี คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (คธอ.) เป็นผู้ดำเนินงาน
หากสนใจประกันภัยรถยนต์ ไม่ว่าจะใช้งานส่วนบุคคล หรือใช้งานสาธารณะ ก็สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยรถยนต์ของ TT Insurance Broker โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ที่ช่องทางการติดต่อ Facebook page: TT Insurance Broker, Line official @TTIB, www.ttib.co.th หรือ หมายเลขโทรศัพท์ 02-248-4848 วันจันทร์-ศุกร์ในเวลาทำการ 08.30-17.00 น.