ช่วงนี้กฎหมายเกี่ยวกับรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันกำลังเข้มงวดขึ้นเรื่อย ๆ ใครที่ใช้รถส่วนบุคคลมาวิ่งงาน นินนินขอเน้นย้ำเลยว่าการมีแค่ พ.ร.บ. อย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไปครับ เพราะ พ.ร.บ. จะให้ความคุ้มครองเฉพาะความเสียหายต่อคน แต่ไม่ได้คุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถ
อ่านเพิ่มเติม: วิ่งงานต้องรู้! ขีดเส้น 28 ก.พ.นี้ รถต้องจด รย.17/18 ทุกคัน!
บทความนี้ นินนินจึงอยากพาไปทำความรู้จักกับประกันรถมอเตอร์ไซค์ 2+ ที่ออกแบบมาสำหรับชาวไรเดอร์คนขยัน เบี้ยประกันคุ้มค่า ให้ความคุ้มครองได้ครบถ้วนสำหรับไรเดอร์ที่ต้องใช้รถวิ่งงานในทุก ๆ วัน
ประกันรถมอเตอร์ไซค์ชั้น 2+ คืออะไร
ประกันรถมอเตอร์ไซค์ชั้น 2+ คือ ประกันภัยภาคสมัครใจที่ให้ความคุ้มครองสูงสำหรับค่าซ่อมรถเราเฉพาะแบบมีคู่กรณีตามเงื่อนไข เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับผู้ที่มีทักษะการขับขี่พอสมควรแล้ว อยากบริหารความเสี่ยงจากบุคคลภายนอกมากกว่า โดยเน้นความคุ้มครองหลักคือ “ซ่อมเขา + ซ่อมเรา + รถหาย + ไฟไหม้” โดยมีเงื่อนไขสำคัญในการซ่อมคือ อุบัติเหตุต้องเป็นการชนกับยานพาหนะทางบก และสามารถระบุคู่กรณีได้เท่านั้น (คู่กรณีต้องอยู่ที่จุดเกิดเหตุ)
จุดที่อยากให้พี่ ๆ ไรเดอร์เน้นย้ำเมื่อทำประกันภัย คือการบอกประเภทการใช้งานให้ถูกต้องตามความเป็นจริง หากเลือกทำแบบใช้งานส่วนบุคคลเพราะเห็นว่าอัตราเบี้ยถูกกว่า แต่เมื่อเกิดเหตุขณะวิ่งงาน บริษัทประกันสามารถปฏิเสธการเคลมได้ทันทีเพราะใช้รถผิดประเภท ดังนั้น การทำประกันรถมอเตอร์ไซค์ชั้น 2+ ที่ระบุชัดเจนว่าเป็นรหัส 620 จึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุด เพื่อให้มั่นใจว่าทุกวินาทีที่วิ่งงาน พี่ ๆ ไรเดอร์จะได้รับความคุ้มครองจริง ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของ คปภ. และรองรับการจดทะเบียนรถรับจ้างประเภท รย.17 อีกด้วย
ประกันรถมอเตอร์ไซค์ 2+ คุ้มครองอะไรบ้าง
เพื่อให้เห็นความคุ้มค่า นินนินขอสรุปรายละเอียดความคุ้มครองมาตรฐานของแผนประกันที่ออกแบบมาเพื่อพี่ ๆ ไรเดอร์ดังนี้ครับ
1. ความคุ้มครองต่อตัวรถเรา (กรณีรถชนรถ)
จุดเด่นที่ทำให้ประกันรถมอเตอร์ไซค์ 2+ ต่างจากประกันชั้น 3 คือดูแลค่าซ่อมรถของเราด้วย
- การซ่อมแซมรถเรา: เมื่อเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับรถคันอื่น ประกันจะรับผิดชอบค่าซ่อมรถให้เราตามทุนประกันที่ระบุไว้ เช่น 5,000 บาท หรือตามหน้ากรมธรรม์
- คุ้มครองรถหาย / ไฟไหม้: ข้อนี้คุ้มสำหรับไรเดอร์หลายคนมากที่ต้องจอดรถทิ้งไว้เพื่อเดินขึ้นตึกส่งของ หรือจอดในจุดเสี่ยงชั่วคราว หากรถถูกขโมย ประกันจะจ่ายเงินชดเชยให้ตามทุนประกันทันที
2. ความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก (คู่กรณี)
เพราะไรเดอร์ต้องทำงานแข่งกับเวลา ย่อมมีความเสี่ยงมากกว่า ยิ่งเป็นคู่กรณีที่เป็นรถหรู หรือเฉี่ยวชนทรัพย์สินราคาแพงแล้วละก็ บอกเลยว่าถ้าไม่มีประกันนี่ก็เจองานยากอยู่เหมือนกันนะครับ
- ความเสียหายต่อชีวิตและร่างกายของคู่กรณี: คุ้มครองส่วนเกินจาก พ.ร.บ. สูงถึง 500,000 บาทต่อคน และ 20,000,000 บาทต่อครั้ง
- ความเสียหายต่อทรัพย์สินคู่กรณี: คุ้มครองสูงถึง 600,000 บาทต่อครั้ง ไม่ว่าเราจะพลาดไปชนท้ายรถ หรือทำทรัพย์สินสาธารณะเสียหาย ประกันจัดการดูแลค่าซ่อมให้ตามวงเงิน ทำให้ไม่ต้องแบกรับหนี้สินก้อนโต
3. ความคุ้มครองพิเศษสำหรับคนขับและผู้โดยสาร
- ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล: คุ้มครองกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ ท่านละ 50,000 บาท
- การประกันตัวผู้ขับขี่: ประกันมีวงเงินประกันตัวให้สูงถึง 100,000 บาทต่อครั้ง เพื่อใช้ในกรณีหากเกิดอุบัติเหตุที่เข้าประเภทคดีอาญา
ประกันรถมอเตอร์ไซค์ชั้น 2+ แผนไรเดอร์นี้ เหมาะกับใคร
สำหรับคนที่กำลังลังเลอยู่ว่าจะทำประกันดีไหม ค่าเบี้ยเท่าไร เหมาะกับเราไหม นินนินลองเสนอไอเดีย มาให้พิจารณาดังนี้ครับ

- ไรเดอร์เต็มตัว (Full-time): เป็นผู้ที่เหมาะจะทำประกันแผนนี้ที่สุดครับ เพราะใช้เวลาอยู่บนท้องถนนเกือบทั้งวัน เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงที่สุดในการเกิดอุบัติเหตุจราจร ไม่ว่าเราจะเป็นฝ่ายผิดหรือไม่ก็ตาม
- คนวิ่งงานเสริม (Part-time): แม้จะวิ่งแค่ช่วงเลิกงานหรือวันหยุด แต่กฎบริษัทประกันระบุชัดเจนว่าหากเกิดเหตุระหว่างส่งของ ประกันรถแบบใช้งานส่วนบุคคลจะไม่คุ้มครองเนื่องจากเป็นการใช้งานผิดประเภท หากตั้งใจใช้รถคันนี้วิ่งงานด้วย ควรพิจารณาทำประกันภัยเชิงพาณิชย์ไว้ดีกว่าครับ
สรุปคือไม่ว่าจะใช้รถวิ่งงานแบบประจำหรืองานเสริม ก็ควรทำประกันภัยให้ถูกต้องกับประเภทการใช้งาน เพื่อที่จะมั่นใจได้ว่าหากเกิดเหตุ ยังไงเราก็มีความคุ้มครองแน่นอน กันไว้ดีกว่าแก้นะครับ
วิธีเคลมประกันรถมอเตอร์ไซค์ชั้น 2+ให้รวดเร็ว ไม่เสียเวลาวิ่งงาน
เวลาเป็นเงินเป็นทองสำหรับไรเดอร์ นินนินจึงสรุปขั้นตอนการเคลมที่ไวที่สุดมาให้ครับ
- ตั้งสติและบันทึกหลักฐาน: ทันทีที่เกิดเหตุ ตรวจสอบว่ามีผู้บาดเจ็บหรือไม่ แล้วถ่ายภาพจุดเกิดเหตุ ตำแหน่งของรถทั้งสองฝ่าย หากมีกล้องติดหมวกจะช่วยได้มากครับ
- โทรแจ้งศูนย์รับแจ้งเหตุทันที: ติดต่อบริษัทประกันภัย เพื่อขอรับเลขรับแจ้งเคลม และดำเนินการขออนุมัติเคลมโดยไม่ช้า
- ระบุคู่กรณีให้ชัดเจน: เงื่อนไขของชั้น 2+ คือ “รถชนรถ” และคู่กรณีต้องอยู่ในจุดเกิดเหตุ สามารถติดตามตัวได้ (ไม่ชนแล้วหนี) ให้ระบุข้อมูลของคู่กรณีและลักษณะการเกิดเหตุให้ชัดเจน ตรงนี้กล้องติดหมวกก็จะช่วยได้มากเช่นกันครับ
- เลือกซ่อมอู่ในเครือที่บริษัทประกันภัยรับรอง: สอบถามเจ้าหน้าที่ถึงอู่ที่ใกล้และประเมินงานไวที่สุด เพื่อให้รถกลับมาพร้อมวิ่งงานอีกครั้ง
ถ้าคู่กรณีชนแล้วหนี เรายังเคลมซ่อมรถเราได้ไหม?
สำหรับประกันรถมอเตอร์ไซค์ 2+ หากคู่กรณีหนีแต่สามารถจดจำป้ายทะเบียนรถ หรือมีภาพจากกล้องติดหมวกที่ระบุคู่กรณีที่เป็นยานพาหนะทางบกได้ชัดเจน และได้ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานตำรวจเรียบร้อยแล้ว ประกันจะออกเอกสารการเคลมให้ แต่ว่าหน้าที่การติดตามคู่กรณีมาดำเนินการจะเป็นของผู้เอาประกันภัยครับ เมื่อติดตามมาดำเนินการตามกระบวนการได้แล้ว จึงจะอนุมัติซ่อมเคลมได้ครับ
จดทะเบียนรถส่วนบุคคล (รย.1) แต่อยากลองวิ่งงาน ต้องเปลี่ยนประกันไหม?
แนะนำว่าควรเปลี่ยนครับ แม้รถจะยังจดเป็น รย.1 แต่การเลือกทำประกันแบบเชิงพาณิชย์ (รหัส 620) จะช่วยการันตีว่า ไรเดอร์จะได้รับความคุ้มครองครบถ้วนโดยไม่มีข้อโต้แย้งเรื่องการใช้งานรถผิดประเภทครับ ทั้งนี้ ควรทำให้ถูกต้องโดยการนำรถที่จดทะเบียนเชิงพาณิชย์ก่อนจะมาใช้วิ่งงาน จะดีที่สุดครับ
บทสรุป
การเลือกทำประกันรถมอเตอร์ไซค์ 2+ สำหรับวิ่งงานไรเดอร์คือการวางแผนบริหารความเสี่ยงที่ครอบคลุม และคุ้มค่า เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นตอนไหนเมื่อไร ดังนั้นเตรียมวางแผนไว่อุ่นใจกว่าครับ คุ้มครองครบทั้งซ่อมเขาซ่อมเรา รถหาย และไฟไหม้ครับ
สำหรับไรเดอร์ท่านใดที่กำลังมองหาประกันรถยนต์มอเตอร์ไซค์ 2+ ฉบับไรเดอร์คนขยัน ที่ TTIB มีแพ็กเกจให้เลือกทั้งประเภท 2+ และ 3+ เลยครับ สามารถปรึกษาฟรีผู้เชี่ยวชาญตามช่องทางด้านล่างนี้ได้เลยครับ
- Facebook page: TT Insurance Broker
- Line official: @TTIB
- หมายเลขโทรศัพท์: 02-248-4848 (จันทร์-ศุกร์ 08.30 – 17.00 น.)