ภาษาไทย

/

คิดก่อนเปิด ประกันภัยร้านค้าแบบไหนดี

เปิดร้านมั่นใจ! ประกันภัยร้านค้าแบบไหนที่ผู้ประกอบการควรมี

การเปิดร้านค้า ร้านอาหาร หรือทำธุรกิจ SME ต้องใช้ทั้งเงินทุน เวลา และแรงกายแรงใจ สิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าได้อย่างมั่นคง ไม่หยุดชะงัก แม้เจอเหตุไม่คาดฝัน คือการมีประกันภัยร้านค้าที่เหมาะกับกิจการของตัวเองครับ

บทความนี้นินนินจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับประกันภัยร้านค้าให้ครบ ตั้งแต่ประกันภัยร้านค้าคืออะไร คุ้มครองอะไรบ้าง ร้านแบบไหนควรทำ และเลือกแผนอย่างไรให้คุ้มค่าครับ

ทำความรู้จักประกันภัยร้านค้าคืออะไร

ประกันภัยร้านค้า หรืออีกชื่อหนึ่งที่เรียกง่าย ๆ ติดปากกันไปแล้วว่า ประกันภัยธุรกิจ SME คือประกันภัยที่ออกแบบมาเพื่อคุ้มครองทรัพย์สินและธุรกิจของผู้ประกอบการโดยเฉพาะ ส่วนใหญ่มักเป็นธุรกิจขนาดกลางที่มักมีทุนประกอบการไม่เกิน 50 ล้านบาท ครอบคลุมตั้งแต่ตัวอาคาร สินค้าในร้าน อุปกรณ์ต่าง ๆ ไปจนถึงความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอกที่อาจเกิดขึ้นระหว่างดำเนินกิจการครับ

หลายคนอาจคิดว่าประกันภัยร้านค้าคล้ายกับประกันบ้าน ซึ่งส่วนที่เหมือนกัน หลัก ๆ จะเป็นเรื่องความเสียหายจากอัคคีภัยและภัยเนื่องจากน้ำ แต่เนื้อหาและวัตถุประสงค์จริง ๆ แล้วต่างกันครับ ประกันบ้านออกแบบมาสำหรับที่พักอาศัย ส่วนประกันภัยร้านค้าออกแบบมาสำหรับพื้นที่เชิงพาณิชย์โดยเฉพาะ จึงขยายส่วนความคุ้มครองที่ครอบคลุมความเสี่ยงที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจด้วย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าคงคลัง อุปกรณ์ธุรกิจ และความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก (อาทิ ลูกค้าที่มาใช้บริการของร้าน) ที่ประกันบ้านทั่วไปไม่ได้มีความคุ้มครองในส่วนนี้ครับ

หมวดความคุ้มครองของประกันร้านค้ามีอะไรบ้าง?

โดยทั่วไปแล้วหมวดการรับประกันของของกรมธรรม์ประกันภัยร้านค้าแบ่งออกเป็น 2 หมวดหลัก ๆ ครับ

1. ประกันภัยอาคารและทรัพย์สิน

คุ้มครองความเสียหายของอาคาร อุปกรณ์ สินค้าคงคลัง และทรัพย์สินภายในร้าน จากอัคคีภัย ภัยธรรมชาติ การโจรกรรม และเหตุอื่น ๆ ที่ระบุในกรมธรรม์ ถือเป็นพื้นฐานที่ธุรกิจทุกประเภทควรมีครับ

2. ประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก

คุ้มครองกรณีที่ธุรกิจของเราก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลภายนอก ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า คู่ค้า หรือบุคคลทั่วไป เช่น อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นภายในร้าน ลูกค้าลื่นล้มในร้าน อาหารเป็นพิษจากการรับประทานอาหารในร้าน ป้ายร้านอาหารหล่นใส่ทรัพย์สินของลูกค้า ฯลฯ

นอกจากนี้ ก็จะเป็นหมวดควาคุ้มครองเสริมที่ผู้ประกอบการสามารถเลือกปรับแต่ง ซื้อเพิ่มเติมได้เพื่อออกแบบกรมธรรม์ให้เหมาะกับธุรกิจของเรามากที่สุดครับ

ร้านค้าและธุรกิจแบบไหนควรทำประกันภัยร้านค้า

ธุรกิจทุกประเภทที่มีทรัพย์สินหรือมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการ ล้วนได้ประโยชน์จากการทำประกันร้านค้าครับ โดยเฉพาะธุรกิจเหล่านี้ที่นินนินอยากแนะนำเป็นพิเศษ

1. ร้านอาหารและคาเฟ่

มีความเสี่ยงจากการใช้ไฟและก๊าซในการประกอบอาหาร นอกจากนี้ ในส่วนของร้านอาหาร ยังมีเรื่องความเสี่ยงของการแพ้อาหาร และวัตถุดิบที่อาจก่อให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษแก่ลูกค้าบางคนได้ ประกันภัยร้านค้าช่วยให้เจ้าของร้านเบาใจหากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นครับ

2. ร้านค้าปลีกและร้านสะดวกซื้อ

ร้านค้าที่มีสต็อกสินค้ามูลค่าสูงที่มีความเสี่ยงสูงไปด้วย ทั้งสวนของโกดังสินค้าและส่วนของพื้นที่จัดเก็บสินค้าภายในร้าน ทั้งจากไฟไหม้ น้ำท่วม และการโจรกรรม 

3. สำนักงานออฟฟิศ

ออฟฟิศและสำนักงานไม่เพียงแต่มีอุปกรณ์ไอทีหรือทรัพย์สินสำนักงานเท่านั้น ยังรวมไปถึงความลับทางการค้า ข้อมูลทางธุรกิจที่มีมูลค่าสูงอีกด้วย 

4. โกดังและธุรกิจโลจิสติกส์

เป็นธุรกิจที่มีความผันผวนสูง ทั้งจากสินค้าและทรัพย์สินจำนวนมาก แล้วยังรวมไปถึงสถานการณ์โลก สงคราม การเมืองต่าง ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคการขนส่ง เกิดการหยุดชะงักทางธุรกิจ ซึ่งการคุ้มครองที่ครอบคลุมช่วยให้บริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

ร้านค้าและธุรกิจแบบไหนควรทำประกันภัยร้านค้า

ประกันภัยร้านค้าคุ้มครองอะไรบ้าง

ประกันภัยร้านค้าจะให้ความคุ้มครองความสูญเสียและความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินและความเสี่ยงของการขาดสภาพคล่องทางเม็ดเงินของธุรกิจ โดยทั่วไปจะแบ่งสัดส่วนความคุ้มครองออกได้ดังนี้ครับ

ความคุ้มครองหลัก

  • ภัยจากอัคคีภัยและภัยธรรมชาติ: คุ้มครองอาคารและทรัพย์สินจากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า ระเบิด ภัยเนื่องจากน้ำ (เช่น ท่อน้ำแตก น้ำรั่ว) รวมถึงภัยธรรมชาติอย่างลมพายุหรือน้ำท่วม (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละแผน)

ความคุ้มครองพิเศษ สามารถเลือกซื้อเพิ่มเติมได้

  • ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก: คุ้มครองการสูญเสียรายได้ กรณีที่ธุรกิจต้องหยุดดำเนินการชั่วคราวจากเหตุที่คุ้มครอง เช่น ไฟไหม้แล้วต้องปิดร้านซ่อมแซม นอกจากนี้ยังช่วยให้ธุรกิจยังมีกระแสเงินสดรองรับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ระหว่างนั้นได้ด้วยครับ
  • การโจรกรรม: คุ้มครองกรณีถูกงัดแงะร้านค้า ทรัพย์สินหรือสินค้าสูญหาย
  • เงินสด: คุ้มครองกรณีถูกลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์
  • ความเสียหายของอุปกรณ์ไฟฟ้า: ประกันเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ไอที หรือหม้อแปลงในร้าน
  • ประกันป้ายโฆษณาและกระจก: คุ้มครองกรณีป้ายหน้าร้านหรือกระจกหน้าร้านแตกหักจากอุบัติเหตุ
  • ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก: รองรับค่าเสียหายจากอุบัติเหตุต่าง ๆ ลูกค้ามาลื่นล้มในร้าน ทรัพย์สินของลูกค้าได้รับความเสียหายด้วยเหตุจากร้าน เช่น ป้ายร้านค้าหล่นมาโดนรถยนต์ที่จอดขณะเข้ามาใช้บริการของร้าน หรือลูกค้าได้รับบาดเจ็บระหว่างใช้บริการ
  • ประกันอุบัติเหตุกลุ่มสำหรับพนักงาน: สวัสดิการดูแลลูกจ้างในร้านค้ายามเกิดเหตุไม่คาดฝัน อาทิ ลูกจ้างนอนเฝ้าร้าน แล้วเกิดเหตุโจรกรรม หรือ อัคคีภัยที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและอนามัยของลูกจ้าง
ประกันภัยร้านค้าคุ้มครองอะไรบ้าง

ข้อดีของการทำประกันร้านค้า

ประกันภัยร้านค้าเป็นการบริหารความเสี่ยงที่จำเป็นอย่างหนึ่งซึ่งผู้ประกอบการหรือเจ้าของกิจการควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะเหตุไม่คาดฝันอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ไม่เพียงแค่กิจการและทรัพย์สินของเราเท่านั้น แต่ยังมีความเสี่ยงของลูกค้าหรือบุคคลภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้องอีกด้วย การมีความคุ้มครองที่เหมาะสมสามารถช่วยลดผลกระทบจากเหตุไม่คาดฝันและช่วยให้ธุรกิจฟื้นตัวได้ง่ายขึ้นครับ นินนินสรุปข้อดีหลัก ๆ มาให้ดังนี้ครับ

  • ลดความเสี่ยงทางภาระค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะทั้งเรื่องค่าซ่อมแซม หรือค่าชดเชย ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ความเสียหายอาจสูงถึงหลักแสนหลักล้านบาท การมีประกันช่วยให้ไม่ต้องแบกรับภาระทั้งหมดด้วยตัวเองครับ
  • เพิ่มความน่าเชื่อถือ ธุรกิจที่มีประกันภัย จะแสดงถึงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารในด้านการบริหารจัดการความเสี่ยง ดูมีความรับผิดชอบและน่าเชื่อถือมากขึ้นในสายตาของคู่ค้า นักลงทุน และสถาบันการเงินครับ
  • โฟกัสกับการทำธุรกิจได้เต็มที่ ธุรกิจมีความเสี่ยงทั้งหมด แต่ต้องประเมินว่าความเสี่ยงใดที่เราเลี่ยง หรือบริหารจัดการได้ หากเลี่ยงไม่ได้ สามารถบรรเทาความรุนแรงอย่างไรได้บ้าง เมื่อรู้ว่ามีแผนรองรับความเสี่ยงแล้ว เจ้าของร้านสามารถโฟกัสกับการพัฒนาธุรกิจได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลกับปัจจัยเสี่ยงที่มีอยู่ครับ
  • ช่วยให้ธุรกิจฟื้นตัวได้เร็ว หากเกิดเหตุร้ายแรง เช่น ไฟไหม้หรือน้ำท่วม ประกันภัยช่วยให้ธุรกิจกลับมาดำเนินการได้เร็วกว่า แทนที่จะต้องรอสะสมทุนใหม่ทั้งหมดครับ
ข้อดีของการทำประกันภัยร้านค้า

วิธีเลือกประกันภัยร้านค้าให้คุ้มค่า

การเลือกประกันภัยร้านค้าที่ดีไม่ได้หมายความว่าต้องซื้อแผนที่แพงที่สุดครับ แต่คือการเลือกแผนที่ตรงกับความเสี่ยงจริง ๆ ของธุรกิจที่เราดำเนินกิจการ นินนินมีแนวทางมาให้ผู้ประกอบการได้พิจารณาดังนี้ครับ

  • ประเมินทรัพย์สินที่ต้องการคุ้มครอง ลองรวบรวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด ทั้งอาคาร เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ และสินค้าคงคลัง เพื่อให้ได้วงเงินคุ้มครองที่เพียงพอจริง ๆ ครับ
  • ดูทำเลที่ตั้งของร้าน ร้านที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม หรืออยู่ในชุมชนที่มีประวัติการโจรกรรม ควรให้ความสำคัญกับความคุ้มครองเหล่านี้เป็นพิเศษครับ
  • คำนึงถึงความเสี่ยงเฉพาะของธุรกิจ ร้านอาหารมีความเสี่ยงด้านไฟสูงกว่าออฟฟิศ ร้านค้าปลีกมีความเสี่ยงด้านโจรกรรมสูงกว่า การระบุความเสี่ยงเฉพาะช่วยให้เลือกแผนได้ตรงจุดมากขึ้นครับ
  • เปรียบเทียบหลายแผนก่อนตัดสินใจ การเปรียบเทียบหลายแผนช่วยให้ได้ความคุ้มครองที่ตรงใจที่สุด ในราคาที่เหมาะสม แล้วเรายังสามารถเลือกปรับแต่งความคุ้มครองอื่น ๆ ซื้อเพิ่มเติมได้อีกด้วย

ปรึกษาประกันภัยร้านค้ากับ TTIB

TTIB มีบริการ ประกันภัยสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก SME Business (เรียก ประกันร้านค้า ประกันร้านอาหาร ประกัน SME ก็ได้) ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้เจ้าของกิจการทุกขนาดสามารถบริหารความเสี่ยงได้อย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ ออฟฟิศ หรือธุรกิจ SME ทุกประเภทครับ

นินนินและทีม TTIB พร้อมให้คำปรึกษาเพื่อช่วยเลือกแผนที่คุ้มค่าและตรงกับความต้องการของธุรกิจคุณมากที่สุด โดยไม่มีค่าใช้จ่ายครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับประกันภัยร้านค้า

ประกันร้านค้า (ประกัน SME) กับ ประกันอัคคีภัย ต่างกันไหม?

พื้นฐานคืออัคคีภัยเหมือนกัน แต่เงื่อนไขความคุ้มครองต่างกันครับ ประกันอัคคีภัยคุ้มครองความเสียหายจากไฟไหม้และภัยเนื่องจากน้ำ ภัยธรรมชาติเป็นหลัก ส่วนประกันภัยร้านค้าคุ้มครองได้กว้างกว่า โดยเฉพาะหมวดความรับผิดต่อลูกค้าหรือบุคคลภายนอก ความเสี่ยงจากการหยุดชะงักทางธุรกิจ เป็นต้น

วิธีเคลมประกันร้านค้าทำอย่างไร?

เมื่อเกิดเหตุที่ระบุอยู่ในเงื่อนไขคุ้มครอง เช่น งัดแงะ กระจกแตก ฯลฯ ให้แจ้งฝ่ายเคลมสินไหมของบริษัทประกันภัย หรือนายหน้าที่เราทำประกันด้วยไว้โดยเร็วที่สุดครับ พร้อมเตรียมหลักฐานประกอบ เช่น รูปถ่ายความเสียหาย ใบแจ้งความ (กรณีโจรกรรม) และเอกสารที่เกี่ยวข้อง จากนั้นบริษัทจะส่งเจ้าหน้าที่มาประเมินความเสียหายและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปครับ ทั้งนี้รายละเอียดขั้นตอนอาจแตกต่างกันตามแผนและบริษัทประกันภัยที่เลือกไว้ครับ 

นินนินเข้าใจว่า ณ ขณะที่เกิดเหตุ เราอาจะสับสนจนไม่รู้จะต้องทำอะไรก่อน อย่างแรกเลยให้ตั้งสติ และรีบติดต่อฝ่ายเคลมของบริษัทที่เราทำประกันก่อนเพื่อเปิดเลขที่แจ้งเคลม จากนั้นเดี๋ยวเจ้าหน้าที่จะแนะนำเรื่องเอกสารและขั้นตอนต่าง ๆ ตามลำดับเองครับ

เบี้ยประกันภัยร้านค้าราคาเท่าไหร่?

เบี้ยประกันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยครับ หลัก ๆ เลยจะเป็นทุนประกันที่เราจะเอาตั้งต้น ซึ่งปัจจุบันมักเริ่มกันที่ประมาณ 500,000 บาท ขึ้นไป ยังมีมูลค่าปัจจัยอื่น ทั้งประเภทธุรกิจ มูลค่าทรัพย์สินที่ต้องการคุ้มครอง ทำเลที่ตั้ง และระดับความคุ้มครองที่เลือก แนะนำปรึกษาทีม TTIB เพื่อรับใบเสนอราคาที่เหมาะกับธุรกิจของคุณโดยตรงครับ

สรุป

การทำประกันภัยร้านค้าไม่ใช่แค่ทางเลือกของผู้ประกอบการเมื่อคิดจะทำธุรกิจร้านค้า แต่คือหนึ่งในปัจจัยที่เจ้าของกิจการควรพิจารณาครับ เพราะความเสี่ยงมีมากมายอย่างมิติ เราไม่สามารถแบกรับความเสี่ยงทั้งหมดไว้กับตนเองได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับร่างกาย อนามัย และชีวิตบุคคล ไม่มีใครรู้ว่าเหตุไม่คาดฝันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่เราเลือกได้ว่าจะเตรียมพร้อมรับมือไว้ล่วงหน้าหรือเปล่า

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าธุรกิจของคุณควรเลือกแผนประกันร้านค้าแบบไหน ควรเลือกทุนประกันเท่าไร ทักมาปรึกษานินนินและทีม TTIB ได้เลยครับ ยินดีให้คำแนะนำโดยไม่มีค่าใช้จ่ายครับ

  • Facebook: TT Insurance Broker
  • Line: @TTIB
  • โทรศัพท์: 02-248-4848 วันจันทร์–ศุกร์ (เวลา 08.30–17.00 น.)

ที่มาข้อมูล :

-

ประกันภัยที่เกี่ยวข้อง

แชร์โพสต์นี้

Popular Tags