ภาษาไทย

/

ทำความรู้จักประกันภัยทรัพย์สินและความรับผิดต่อบุคคลภายนอก

รู้จักประกันภัยทรัพย์สิน สำหรับผู้เช่าสำนักงานในอาคาร พร้อมหมวดความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก

ประกันภัยทรัพย์สินเป็นความคุ้มครองทรัพย์สินตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ สามารถทำได้ทั้งผู้ที่เป็นเจ้าของอาคารสถานที่ และผู้ที่ทำธุรกิจที่เช่าพื้นที่สำนักงานในอาคาร เจ้าของพื้นที่เช่าอาจพิจารณาทำเพิ่มเติมต่างหาก เพราะถึงแม้เจ้าของอาคารจะมีประกันภัยอยู่แล้ว แต่กรมธรรม์ดังกล่าวอาจคุ้มครองเฉพาะตัวอาคาร พื้นที่ส่วนกลาง หรือความรับผิดของเจ้าของอาคารเท่านั้น แต่อาจไม่รวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ ของผู้เช่าพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานหรือร้านค้าในอาคาร

บทความนี้นินนินจะมาอธิบายให้อ่านกันครับว่าประกันภัยทรัพย์สินคืออะไร ครอบคลุมอะไรบ้าง รวมไปถึงหมวดความคุ้มครองความรับผิดบุคคลภายนอก ว่าครอบคลุมแค่ไหน และเจ้าของบริษัทหรือร้านค้าที่เช่าพื้นที่ทำออฟฟิศในตึกใหญ่จำเป็นต้องมีประกันประเภทนี้ไหม ตามมาดูกันเลยครับ

ประกันภัยทรัพย์สิน (Property Insurance) คืออะไร?

ประกันภัยทรัพย์สิน คือ ประกันภัยที่ช่วยรองรับความเสียหายต่อทรัพย์สินที่ระบุอยู่ในรายการที่เป็นทรัพย์สินเอาประกันภัย (เงื่อนไขขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัทประกันภัย) ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินของเจ้าของกิจการ (อาคารสถานที่ซึ่งเป็นส่วนกลาง) หรือทรัพย์สินของผู้เช่าพื้นที่สำนักงาน โดยทรัพย์สินที่นำมาพิจารณาความคุ้มครองอาจรวมถึง

  • โต๊ะ เก้าอี้ และอุปกรณ์สำนักงาน
  • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า
  • สินค้าและสต็อกสินค้าคงคลัง

สำหรับผู้ประกอบการที่เช่าออฟฟิศอยู่ในตึกใหญ่ ควรแยกให้ชัดเจนว่าทรัพย์สินใดเป็นของเจ้าของอาคาร และทรัพย์สินใดเป็นของบริษัทผู้เช่า เพราะประกันของอาคารมักคุ้มครองทรัพย์สินส่วนกลางเป็นหลัก จะไม่ได้ครอบคลุมทรัพย์สินของผู้เช่าทั้งหมดเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน จนทรัพย์สินผู้เช่าได้รับความเสียหาย โดยความเสียหายจากภัยที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สินจะช่วยรองรับค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหรือชดเชยความเสียหายตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ ประกันภัยทรัพย์สินจึงเป็นอีกแนวทางของการบริหารความเสี่ยงที่ช่วยให้ธุรกิจวางแผนรับมือกับความเสี่ยงภัยเชิงธุรกิจได้อย่างเหมาะสม

ประกันภัยทรัพย์สินของของอาคาร

ประกันภัยทรัพย์สินคุ้มครองความเสี่ยงอะไรบ้าง?

บริษัทประกันภัยจะชดเชยค่าเสียหายตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ หากความเสียหายนั้นมาจากภัยที่ได้รับความคุ้มครอง โดยหลักความคุ้มครองจะขึ้นอยู่กับประเภทกรมธรรม์ที่เลือก แต่ทั่วไปมักจะครอบคลุมหมวดความเสี่ยงดังต่อไปนี้

  • อัคคีภัย
  • ภัยพิบัติธรรมชาติ
  • โจรกรรม
  • การสูญเสียรายได้จากธุรกิจหยุดชะงัก (Business Interruption)
  • ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก

หมวด ความคุ้มครองอัคคีภัย 

ประกันอัคคีภัย เป็นหนึ่งในความคุ้มครองหลักของประกันภัยทรัพย์สิน โดยช่วยรองรับความเสียหายจากไฟไหม้ ฟ้าผ่า และการระเบิด ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ นอกจากนี้ บางแผนอาจมีความคุ้มครองภัยอื่นเพิ่มเติม เช่น ภัยเนื่องจากน้ำ ภัยธรรมชาติ หรือการเฉี่ยวชนของยานพาหนะจากภายนอก

ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นดังกล่าว อาจกระทบทั้งตัวอาคารและทรัพย์สินภายในสำนักงาน ดังนั้น ผู้เช่าออฟฟิศควรตรวจสอบว่าประกันของอาคารคุ้มครองเฉพาะโครงสร้างและพื้นที่ส่วนกลาง หรือครอบคลุมทรัพย์สินของบริษัทผู้เช่าด้วยหรือไม่ ก่อนพิจารณาเลือกซื้อประกันและความคุ้มครองเพิ่มเติมให้เหมาะกับธุรกิจมากที่สุด

หมวด ความคุ้มครองภัยพิบัติธรรมชาติ

นอกจากความคุ้มครองเรื่องอัคคีภัยแล้ว ประกันภัยทรัพย์สินบางแผนอาจมีความคุ้มครองจากภัยธรรมชาติเพิ่มเติม เช่น 

  • ลมพายุ 
  • แผ่นดินไหว
  • ลูกเห็บ
  • ภัยน้ำท่วม (ไม่รวมอยู่ในความคุ้มครองหลัก ต้องแจ้งพิจารณาเป็นกรณีพิเศษก่อนทำประกันภัย ผู้ซื้อควรศึกษาเงื่อนไขก่อนทำประกันภัยทุกครั้ง)

หมวด ความคุ้มครองกรณีโจรกรรม

ธุรกิจที่มีสินค้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือทรัพย์สินมูลค่าสูง อาจพิจารณาเพิ่มความคุ้มครองกรณีโจรกรรม เพื่อรองรับความเสียหายจากเหตุการณ์เหล่านี้

  • การลักทรัพย์ที่ปรากฏร่องรอยงัดแงะ
  • การชิงทรัพย์ การปล้นทรัพย์

หมวด ความคุ้มครองการสูญเสียรายได้จากธุรกิจหยุดชะงัก

หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดจนทำให้ธุรกิจต้องหยุด หรือชะลอการดำเนินงาน รายได้ของกิจการอาจลดลงหรือไม่ได้รับเลย ในขณะที่ค่าใช้จ่ายบางส่วนยังคงเกิดขึ้นตามปกติ ตัวอย่างเช่น ค่าเช่า ค่าจ้างพนักงาน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ฯลฯ

ความคุ้มครองการสูญเสียรายได้จากธุรกิจหยุดชะงักจะช่วยแบ่งเบาภาระผลกระทบในส่วนนี้ได้ รวมถึงชดเชยกำไรรายได้ที่ต้องสูญเสีย ระหว่างที่สถานที่เอาประกันภัยอยู่ระหว่างการซ่อมแซมฟื้นฟู ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์

ยังมีความคุ้มครองเพิ่มเติมของประกันภัยทรัพย์สิน (และประกันธุรกิจ) ที่ควรรู้จัก

เนื่องจากโดยมากสถานที่เอาประกันภัยทรัพย์สินมักเป็นอาคารสำนักงาน หรือเพื่อการพาณิชย์ที่มีบุคคลภายนอกเข้าออกจำนวนมาก นอกจากความเสียหายต่อตัวทรัพย์สินแล้ว อีกหนึ่งหมวดความคุ้มครองที่สำคัญมากสำหรับผู้ประกอบการคือ ความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (Third-Party Liability) ครับ 

หมวด ความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก

ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก หรือ Third-Party Liability หรือบ่อยครั้งเรียกว่า Public Liability (PL) คือ การคุ้มครองความรับผิดตามกฎหมายของผู้เอาประกันภัย หากเกิดอุบัติเหตุภายในสถานที่ประกอบการแล้วส่งผลให้บุคคลภายนอก (เช่น ลูกค้า ผู้มาติดต่องาน หรือผู้เช่ารายอื่น) ได้รับความบาดเจ็บทางร่างกาย หรือทรัพย์สินของบุคคลดังกล่าวได้รับความเสียหายจากสาเหตุที่มาจากสถานที่เอาประกันภัย 

ตัวอย่างเช่น 

  • ลูกค้าลื่นล้มบริเวณทางเดินในสำนักงาน เนื่องจากความเสียหายหรือความไม่สมบูรณ์ของพื้นทางเดินนั้นส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว
  • อุปกรณ์บางอย่างภายในออฟฟิศหล่น จนทำให้ทรัพย์สินของผู้มาติดต่อได้รับความเสียหาย 

หากจะถามว่าความรับผิดต่อบุคคลภายนอก คุ้มครองอะไรบ้าง โดยทั่วไปจะให้ความคุ้มครองความรับผิดตามกฎหมายของผู้เอาประกันภัย เช่น

  • ความเสียหายต่อร่างกายและอนามัย 
  • การเสียชีวิตที่เกิดจากกิจกรรมหรือการดำเนินงานของธุรกิจ
  • ความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก 
  • ค่าใช้จ่ายทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเรียกร้องค่าสินไหมตามเงื่อนไขกรมธรรม์

รู้หรือไม่? โดยทั่วไป หมวดความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอกมักเป็นข้อยกเว้นที่ไม่คุ้มครองในกรมธรรม์ประกันภัยทรัพย์สินมาตรฐาน หากซื้อเฉพาะประกันภัยทรัพย์สินเพียงอย่างเดียว จะไม่มีความคุ้มครองเพิ่มเติมในส่วนนี้ เมื่อเกิดเหตุกับบุคคลภายนอกภายในพื้นที่ของเรา ก็จะไม่ได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัยทรัพย์สินนะครับ 

ค่าเบี้ยประกันภัยทรัพย์สินขึ้นอยู่กับปัจจัยใดบ้าง?

เบี้ยประกันภัยทรัพย์สินของธุรกิจไม่ได้มีราคาเท่ากันทุกแผน ขึ้นอยู่กับทุนประกันภัยและความคุ้มครองเพิ่มเติมอื่น ๆ ที่ผู้เอาประกันภัยต้องการปรับแต่งเพิ่ม เพราะบริษัทประกันภัยจะพิจารณาจากหลายปัจจัยร่วมกัน โดยปัจจัยสำคัญที่อาจมีผลต่อเบี้ยประกัน ได้แก่

  • ทุนประกันภัย หรือมูลค่าทรัพย์สินที่ต้องการเอาประกัน
  • ประเภทและลักษณะของธุรกิจ เช่น สำนักงาน ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก หรือโกดัง
  • ขนาดพื้นที่และลักษณะการใช้งานของสถานที่
  • โครงสร้างและวัสดุของอาคาร
  • ทำเลที่ตั้งและระดับความเสี่ยงของพื้นที่ เช่น ความเสี่ยงจากน้ำท่วม โจรกรรม หรือภัยธรรมชาติ
  • จำนวนและประเภทของทรัพย์สินภายในสถานประกอบการ 
  • ภัยและความคุ้มครองเพิ่มเติมที่เลือก เช่น อัคคีภัย ภัยธรรมชาติ โจรกรรม ธุรกิจหยุดชะงัก หรือความรับผิดต่อบุคคลภายนอก
  • ระบบป้องกันและรักษาความปลอดภัย เช่น ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ กล้องวงจรปิด อุปกรณ์ดับเพลิง และระบบควบคุมการเข้าออก
  • เงื่อนไข ข้อยกเว้น และค่าเสียหายส่วนแรกของกรมธรรม์
  • ระยะเวลาเอาประกันภัยและรูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่เลือก
the building is already insured; do office tenants need to purchase additional third party liability insurance

ออฟฟิศในตึกควรมีประกันภัยทรัพย์สินและประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอกเป็นของตัวเอง

ออฟฟิศหรือสำนักงานคือสถานที่ที่มีกิจกรรมทางธุรกิจเกิดขึ้นทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการต้อนรับลูกค้า การประชุมกับคู่ค้า หรือผู้มาติดต่องาน ซึ่งล้วนเข้าข่าย “กิจกรรมการดำเนินงานของผู้ประกอบการ” 

หากเกิดอุบัติเหตุกับบุคคลภายนอกระหว่างกิจกรรมเหล่านี้ “ภายในพื้นที่ออฟฟิศของบริษัท”  ความรับผิดจะตกอยู่กับบริษัทผู้เช่าโดยตรง ไม่ใช่เจ้าของอาคาร เพราะไม่ได้เกิดเหตุตรงพื้นที่ส่วนกลาง ตามหลัก “ผู้เอาประกันภัย” และ “สถานที่เอาประกันภัย” ครับ

ดังนั้น แม้ตึกใหญ่ที่บริษัทเช่าพื้นที่อยู่จะมีประกันภาคบังคับของอาคารอยู่แล้ว แต่ความคุ้มครองนั้นอาจไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่เกิดจากการดำเนินงานของบริษัทผู้เช่าเอง (พื้นที่ของผู้เช่า) ผู้ประกอบการจึงควรมีความคุ้มครองประกันภัยธุรกิจและทรัพย์สินของตัวเองเพิ่มเติม โดยหากมีประกันทรัพย์สินอยู่แล้ว (ซึ่งควรมีนะครับ) บริษัทผู้เช่าพื้นที่สามารถซื้อความคุ้มครองด้านอื่นเพิ่มเติมนอกเหนือจากกรมธรรม์หลัก เพื่อให้ครอบคลุมความเสี่ยงจากกิจกรรมการดำเนินงานของบริษัทโดยเฉพาะได้ครับ

TTIB เป็นนายหน้าประกันภัยสัญชาติญี่ปุ่น ในเครือโตโยต้า ทูโช ไทยแลนด์ ที่มีพันธมิตรทั้งไทยและต่างชาติกว่า 30 บริษัท บริหารงานด้วยมาตรฐานสากล โปร่งใส ด้วยประสบการณ์ดูแลกลุ่มลูกค้าในอุตสาหกรรมหลากหลายกว่า 20 ปี ทำให้เข้าใจความเสี่ยงเฉพาะของแต่ละธุรกิจ พร้อมให้คำปรึกษาเรื่องการเปรียบเทียบและบริหารความเสี่ยงที่เหมาะกับลักษณะธุรกิจของแต่ละองค์กร เพื่อให้ธุรกิจไปต่อได้อย่างมั่นคง ครบวงจร

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันภัยทรัพย์สิน (FAQ)

ประกันภัยทรัพย์สิน คุ้มครองอะไรบ้าง?

หลัก ๆ ให้ความคุ้มครองความสูญเสียหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อทรัพย์สินของธุรกิจตามที่ระบุเมื่อทำประกันภัย ไม่ว่าจะเป็นอาคาร สิ่งปลูกสร้าง เครื่องจักร สต็อกสินค้า หรืออุปกรณ์สำนักงาน โดยบริษัทประกันภัยจะชดเชยค่าเสียหายตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ หากความเสียหายนั้นมาจากภัยที่ได้รับความคุ้มครอง 

ประกันภัยทรัพย์สิน กับ ประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ซื้อพร้อมกันได้ไหม?

สามารถซื้อพร้อมกันได้ และแนะนำให้ซื้อพร้อมรวมในแพ็กเกจเดียวกันจะดีที่สุดครับ เนื่องจากมักมีค่าเบี้ยประกันรวมที่คุ้มค่ากว่าการเปิดกรมธรรม์แยกต่างหาก ช่วยลดปัญหาความซ้ำซ้อนหรือข้อถกเถียงเรื่องขอบเขตความคุ้มครองเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน รวมไปถึงจัดการเอกสารได้ง่ายกว่า เพราะสามารถติดตามและต่ออายุเอกสารกรมธรรม์เพียงฉบับเดียว ลดความยุ่งยากในการบริหารจัดการประกันภัยของผู้ซื้อด้วยครับ

ถ้ามีประกันภัยทรัพย์สินอยู่แล้ว สามารถซื้อประกันภัยความรับผิดบุคคลภายนอกแยกต่างหากได้ไหม?

ในมุมการบริหารความเสี่ยง ไม่แนะนำให้ซื้อแยกครับ ควรซื้อพร้อมกันกับประกันภัยทรัพย์สินจะดีที่สุด การเลือกทำ ประกันภัยทรัพย์สิน ที่ครอบคลุมถึง ความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก แบบรวมแพ็กเกจเป็นกรมธรรม์เดียวกัน เป็นวิธีบริหารความเสี่ยงที่ครอบคลุมในภาพรวมของธุรกิจ ในมุมการรับประกันภัยเองก็มองว่าจะเป็นการบริหารความเสี่ยงที่ครอบคลุมกว่าซื้อแยกเช่นกัน เนื่องจากทั้งสินทรัพย์ต่าง ๆ ในสำนักงานและเรื่องความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ล้วนอยู่ในความรับผิดชอบของเจ้าของสำนักงาน (ผู้เช่า) ซึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยนั่นเอง หรือเลือกซื้อประกันภัยทรัพย์สินที่มีหมวดความคุ้มครองเรื่องความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (รวมอยู่ในกรมธรรม์เดียวกัน) ก็จะครอบคลุมได้อุ่นใจกว่า ทั้งตอนซื้อและตอนเกิดเหตุที่ต้องเคลมครับ

มีออฟฟิศแต่ไม่มีลูกค้า (บุคคลภายนอก) เข้ามา ต้องทำประกันภัยทรัพย์สินไหม?

ประกันภัยทรัพย์สินให้ความคุ้มครองทรัพย์สินเราเป็นหลักจากภัยต่าง ๆ ที่ระบุไว้ ไม่เพียงแค่เรื่องบุคคลภายนอกเท่านั้น (อาทิ ไฟฟ้าลัดวงจร แก๊สระเบิด ภัยธรรมชาติ ฯลฯ) ผู้ประกอบการจึงควรมีประกันภัยทรัพย์สินไว้อย่างแน่นอน ในส่วนของความคุ้มครองเพิ่มเติมก็ให้พิจารณาปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น การมีคู่ค้า ผู้รับเหมา พนักงานเข้า-ออกพื้นที่ รวมถึงเงื่อนไขในสัญญาเช่าอาคารว่ากำหนดให้ผู้เช่าต้องมีประกันภัยทรัพย์สินที่ครอบคลุมความคุ้มครองด้านความรับผิดต่อบุคคลภายนอก แยกออกมาเป็นของตัวเองหรือไม่

สรุป

ประกันภัยทรัพย์สินเป็นความคุ้มครองที่ช่วยรองรับความเสียหายต่อทรัพย์สินที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ สามารถทำได้ทั้งเจ้าของอาคารสถานที่และผู้เช่าพื้นที่ เพราะเงื่อนไขบริเวณที่เอาประกันภัยนั้นแตกต่างกัน โดยสำหรับผู้เช่าออฟฟิศ การที่อาคารหลักมีประกันภัยอยู่แล้วไม่ได้หมายความว่าทรัพย์สินของบริษัทหรือกิจกรรมของผู้เช่าภายในอาคารนั้นจะได้รับความคุ้มครองทั้งหมด ผู้ประกอบการจึงควรตรวจสอบกรมธรรม์ของอาคาร สัญญาเช่า ทรัพย์สินของบริษัท และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจริง ก่อนพิจารณาวงเงิน ความคุ้มครองเพิ่มเติม ข้อยกเว้น และเลือกซื้อประกันภัยให้เหมาะกับธุรกิจของตัวเองมากที่สุดครับ

การเลือกทำ ประกันภัยทรัพย์สิน ที่ครอบคลุมถึง ความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก แบบรวมแพ็กเกจ เป็นวิธีบริหารความเสี่ยงที่คุ้มค่าและช่วยให้ธุรกิจรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้อย่างมั่นใจ ครอบคลุม ทั้งนี้ ผู้ซื้อควรศึกษาเงื่อนไขและรายละเอียดก่อนทำประกันภัยทุกครั้ง การตรวจสอบเงื่อนไขและข้อยกเว้นในกรมธรรม์อย่างถี่ถ้วนจะช่วยให้ธุรกิจได้รับความคุ้มครองที่ตรงกับความต้องการจริงมากที่สุดครับ

*ผู้ซื้อต้องศึกษาเงื่อนไขด้วยความเข้าใจอย่างถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

ที่มาข้อมูล :

-

ประกันภัยที่เกี่ยวข้อง

แชร์โพสต์นี้

Popular Tags