หลายคนมักคิดว่ามะเร็งตับเป็นโรคของคนดื่มเหล้าหนักเท่านั้น ถ้าตัวเองไม่แตะแอลกอฮอล์เลยก็คงไม่ต้องกังวลอะไร แต่ความจริงแล้วเรื่องนี้เป็นความเข้าใจผิดที่พบบ่อยมากครับ เพราะสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้คนไทยเป็นมะเร็งตับ ไม่ใช่แอลกอฮอล์ แต่คือเชื้อไวรัสและสารปนเปื้อนก่อมะเร็งที่หลายคนไม่เคยรู้ตัวว่าติดอยู่ในร่างกายมานานแล้ว
บทความนี้ นินนินจะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่ามะเร็งตับเกิดจากอะไรได้บ้าง สังเกตอาการมะเร็งตับยังไง มีกี่ระยะ ไปจนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในระยะสุดท้าย เพื่อให้ทุกคนป้องกันตัวเองได้ถูกจุด ไม่ใช่แค่เลิกดื่มเหล้าอย่างเดียวครับ
มะเร็งตับเกิดจากอะไรบ้าง? ไม่ใช่แค่แอลกอฮอล์
ในประเทศไทย มะเร็งตับติดอันดับ 1 ของมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้ชายมาอย่างยาวนาน และเป็นอันดับ 4 เมื่อนับรวมทั้งสองเพศ แม้การดื่มเหล้าจะเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยง แต่สาเหตุหลักก็มาจากหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การดื่มแอลกอฮอล์อย่างที่หลายคนเข้าใจครับ
- เชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี: เป็นสาเหตุ “อันดับหนึ่ง” ของการเกิดโรคมะเร็งตับในคนไทย เชื้อไวรัสเหล่านี้ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังของเซลล์ตับ และสะสมอาการจนนำไปสู่การเป็นโรคมะเร็งตับได้โดยตรงแม้ผู้ป่วยจะไม่เคยดื่มแอลกอฮอล์เลยก็ตาม ที่น่ากังวลคือหลายคนติดเชื้อไวรัสตับอักเสบโดยไม่รู้ตัว เพราะเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซีนั้นสามารถติดต่อผ่านเลือดและสารคัดหลั่งได้ โดยที่การติดเชื้อระยะแรกแทบไม่มีอาการใด ๆ เลย
สารคัดหลั่ง (secretion) คือ สารของเหลวที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่แตกต่างกันไป อาทิ หนอง เสมหะ น้ำเมือก น้ำเหลือง น้ำมูก น้ำลาย ฯลฯ
- แอลกอฮอล์: การดื่มปริมาณมาก และต่อเนื่องเป็นเวลานาน สามารถนำไปสู่ภาวะตับอักเสบ ตับแข็ง และมะเร็งตับตามมาได้ แต่นี่เป็นเพียงหนึ่งในหลายปัจจัยเสี่ยง ไม่ใช่สาเหตุเดียวที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งตับครับ
- พยาธิใบไม้ตับ: มักมาจากพฤติกรรมการกินปลาน้ำจืดดิบ อาทิ ปลาร้าดิบ ลาบหรือก้อยปลาดิบ ทำให้เนื้อเยื่อบริเวณดังกล่าวเกิดการอักเสบต่อเนื่อง เป็นตัวการสำคัญของมะเร็งท่อน้ำดีในตับ
- สารพิษก่อมะเร็งปนเปื้อนในอาหาร: เช่นสารอะฟลาทอกซิน มาจากเชื้อราที่ปนเปื้อนในถั่ว พริกป่น หรือธัญพืชที่เก่าเก็บ ขึ้นรา รวมถึงอาหารปิ้งย่างที่ไหม้เกรียม
จะเห็นได้ว่าคนที่ไม่ดื่มเหล้าเลยก็ยังมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งตับได้ครับ โดยเฉพาะคนที่เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบีหรือซีโดยไม่รู้ตัว นี่จึงเป็นเหตุผลที่การตรวจสุขภาพประจำปีสำคัญมาก ไม่ใช่แค่การงดเหล้าเพียงอย่างเดียว

อาการมะเร็งตับ สังเกตยังไงได้บ้าง?
จุดที่ทำให้มะเร็งตับน่ากลัวคือ ในระยะแรกผู้ป่วยมักไม่มีอาการผิดปกติให้สังเกต กว่าจะรู้ตัวส่วนใหญ่โรคมักลุกลามไปมากแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อโรคเริ่มลุกลามขึ้น อาจพบอาการต่อไปนี้
- ปวดชายโครงขวาหรือปวดร้าวไปหลัง: ตับอยู่บริเวณใต้ชายโครงขวา เมื่อก้อนมะเร็งโตขึ้นจนไปกดเบียดเนื้อเยื่อรอบข้าง อาจทำให้รู้สึกปวดแน่นบริเวณนี้ และร้าวไปถึงหลัง
- ท้องโตขึ้นหรือมีน้ำในท้อง: ช่วงท้องบวมโตอย่างเห็นได้ชัด (ไม่ใช่จากไขมันสะสม) เกิดจากการทำงานของตับผิดปกติ
- จุกแน่น ท้องอืด เบื่ออาหาร: กินได้น้อย รู้สึกอิ่มเร็วผิดปกติ
- น้ำหนักลด อ่อนเพลีย ไม่มีแรง: โดยไม่ทราบสาเหตุชัดเจน
- ตัวเหลือง ตาเหลือง: สัญญาณที่บ่งบอกว่าตับทำงานผิดปกติค่อนข้างมากแล้ว

มะเร็งตับมีกี่ระยะ?
โดยทั่วไปแพทย์จะแบ่งระยะของมะเร็งตับตามขนาดของก้อนมะเร็งและการลุกลามไปยังหลอดเลือดหรืออวัยวะข้างเคียง ซึ่งสรุปภาพกว้าง ๆ ให้เข้าใจง่ายได้ดังนี้ครับ
- ระยะต้น: ก้อนมะเร็งยังมีขนาดเล็ก ยังไม่ลุกลามเข้าหลอดเลือดในตับ เป็นระยะที่มีโอกาสรักษาให้หายขาดได้สูงที่สุด แต่น่าเสียดายที่ตรวจพบในระยะนี้ได้น้อยมาก เพราะแทบไม่มีอาการเตือน
- ระยะกลาง: ก้อนมะเร็งเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้นหรือมีหลายก้อน แต่ยังไม่แพร่กระจายออกนอกตับ
- ระยะลุกลาม: มะเร็งลุกลามเข้าหลอดเลือดสำคัญในตับ หรือแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น เช่น ปอดหรือกระดูก
- ระยะสุดท้าย: ร่างกายและตับทำงานได้น้อยลงมาก การรักษาจะเน้นดูแลประคับประคองคุณภาพชีวิตเป็นหลัก
อาการมะเร็งตับระยะสุดท้ายเป็นอย่างไร?
เมื่อโรคเข้าสู่ระยะสุดท้าย ร่างกายของผู้ป่วยจะอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด อาการที่มักพบร่วมกันคือ อ่อนเพลียมาก น้ำหนักลดลงต่อเนื่อง ท้องบวมโตจากน้ำในช่องท้อง ตัวเหลืองตาเหลืองชัดเจนขึ้น และอาจมีอาการปวดจากการที่มะเร็งแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น เช่น กระดูกหรือปอด เป็นต้น

ใครเสี่ยงเป็นมะเร็งตับมากที่สุด ควรตรวจคัดกรองบ่อยแค่ไหน?
กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงและควรใส่ใจเป็นพิเศษ ได้แก่
- ผู้ที่เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบีหรือซี
- ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำในปริมาณมาก เพราะเพิ่มปัจจัยเสี่ยง
- ผู้ที่มีภาวะไขมันพอกตับเป็นเวลานาน หรือตับแข็งจากสาเหตุอื่น เช่น พยาธิใบไม้ในตับ
- ผู้ที่มีคนในครอบครัวเคยเป็นมะเร็งตับ
อุ่นใจไว้ก่อน ทำไมควรมีประกันโรคมะเร็งติดตัว?
ความน่ากลัวของโรคมะเร็งตับคือเป็นโรคที่มักไม่แสดงอาการในระยะแรก และหลายคนก็ไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่คิดว่าตัวเองต้องระวัง กว่าจะรู้ตัวก็อาจลุกลามไปมากแล้ว ซึ่งหมายถึงค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูงตามไปด้วย การมีประกันโรคมะเร็งติดตัวไว้ล่วงหน้าจึงเป็นอีกหนึ่งเกราะป้องกันที่ช่วยบริหารความเสี่ยง แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาตรงนี้ได้
สำหรับ TTIB Cancer Care Shield ประกันโรคมะเร็งจาก TTIB มีจุดเด่นที่ตอบโจทย์คนอยากวางแผนไว้แต่เนิ่น ๆ ดังนี้ครับ
- เจอ จ่าย จบ จ่ายเป็นเงินก้อนเต็มทุนประกัน ในทุกระยะของโรค (ยกเว้นโรคมะเร็งผิวหนัง)
- ไม่ต้องตรวจสุขภาพ มีคำถามสุขภาพ 1 ข้อในใบสมัคร ที่ผู้สมัครต้องตอบตามความเป็นจริงตามหลักสุจริตใจอย่างยิ่ง (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด)
- เบี้ยประกันคงที่ เริ่มเท่าไร จ่ายเท่านั้น จ่ายเบี้ยเดิมตามปีแรกเข้าตลอดอายุสัญญา ไม่ปรับเพิ่มตามอายุ และต่ออายุสัญญาได้สูงสุดถึงอายุ 70 ปี
- ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด สำหรับหมวดประกันสุขภาพ 25,000 บาท ตามเงื่อนไขกรมสรรพากร
- สมัครออนไลน์ได้ทันที เลือกรับกรมธรรม์ได้ทั้งแบบออนไลน์ หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์ ส่วนปีต่ออายุก็ง่าย โปร่งใส ตรวจสอบได้ จ่ายตรงเข้าบริษัทประกันภัยตามลิ้งก์ที่ได้รับ คลิกทำผ่านหน้าเว็บไซต์ได้เหมือนกันครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับมะเร็งตับ
ไม่ดื่มเหล้าเลย ยังเสี่ยงเป็นมะเร็งตับได้ไหม?
ยังมีความเสี่ยงครับ เพราะสาเหตุอันดับหนึ่งของมะเร็งตับในคนไทยคือไวรัสตับอักเสบบีและซี รวมไปถึงสารปนเปื้อนในอาหาร ไม่ใช่แอลกอฮอล์เพียงอย่างเดียว ถึงไม่ดื่มเลยก็ยังควรตรวจคัดกรองถ้าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงอื่น ๆ แต่ก็ต้องยอมรับว่าการดื่มแอลกอฮอล์เป็นการ “เพิ่มความเสี่ยง” ของการเกิดโรคครับ
อาการมะเร็งตับ ทำให้ปวดหลังไหม?
อาการมะเร็งตับสามารถทำให้ปวดหลังได้ในบางกรณี โดยเฉพาะเมื่อก้อนโตขึ้นจนไปเบียดเนื้อเยื่อใกล้ตับ แต่ปวดหลังทั่วไปส่วนใหญ่ไม่ได้เกี่ยวกับมะเร็งตับครับ ยังมีอวัยวะอื่น ๆ ร่วมด้วย หากปวดร้าวมาจากชายโครงขวา ร่วมกับอาการอื่นอย่างท้องโต เบื่ออาหาร หรือน้ำหนักลด ตัวเหลืองตาเหลือง ควรรีบไปพบแพทย์
โรคมะเร็งตับติดต่อกันได้ไหม?
ตัวมะเร็งตับเองไม่ใช่โรคติดต่อครับ แต่ไวรัสตับอักเสบบีและซีซึ่งเป็นสาเหตุหลักสามารถติดต่อผ่านเลือดและสารคัดหลั่งได้
สรุป
โรคมะเร็งตับไม่ใช่โรคที่เกิดจากการดื่มเหล้าเพียงอย่างเดียว แต่ไวรัสตับอักเสบบีและซีต่างหากที่เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งในคนไทย รวมไปถึงสารก่อมะเร็งที่ปนเปื้อนในอาหาร อย่างไรก็ตาม การดื่มแอลกอฮอล์คือการ “เพิ่มความเสี่ยง” ของการเป็นโรคมะเร็งตับอย่างปฏิเสธไม่ได้ครับ และที่น่ากลัวคือระยะแรกของโรคมะเร็งตับมักไม่มีอาการเลย การตรวจสุขภาพและตรวจคัดกรองตามความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอจึงสำคัญมาก ไม่ว่าจะดื่มเหล้าหรือไม่ก็ตาม
สำหรับใครที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันโรคมะเร็ง หรืออยากเปรียบเทียบแผนก่อนตัดสินใจ ทักมาหานินนินและทีมงาน TTIB ได้เลยนะครับ พร้อมดูแลและให้คำแนะนำโดยไม่มีค่าใช้จ่ายครับ
- Facebook page: TT Insurance Broker
- Line official: @TTIB
- หมายเลขโทรศัพท์: 02-248-4848 (จันทร์-ศุกร์ 08.30 – 17.00 น.)
ที่มาข้อมูล
- คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
- มะเร็งตับ อีกหนึ่งในโรคมะเร็งที่พบบ่อย
- มะเร็งตับ ภัยเงียบไร้สัญญาณเตือน แต่อันตรายกว่าที่คิด
- เช็กลิสต์ พฤติกรรมกัน “โรคมะเร็ง”
- โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย