อาหารผู้ป่วยมะเร็งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่หลายคนเป็นกังวล เพราะมีความเชื่อผิด ๆ มากมายในสังคมว่าผู้ป่วยมะเร็งควรงดเนื้อสัตว์ งดน้ำตาล หรือต้องกินเฉพาะผักกับปลาเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว การจำกัดอาหารโดยไม่มีข้อมูลที่ถูกต้อง อาจส่งผลเสียต่อร่างกายมากกว่าที่คิดครับ
เพราะหากร่างกายขาดสารอาหารที่เพียงพอ โดยเฉพาะโปรตีน ซึ่งเป็นดัชนีสำคัญในการประเมินความพร้อมการเข้ารับการรักษา ระบบภูมิคุ้มกันจะอ่อนแอลง การสมานแผลจะช้าลง และที่สำคัญที่สุดคือร่างกายอาจจะไม่สามารถทนต่อยาเคมีบำบัด หรือการฉายแสงได้จนจบกระบวนการรักษาได้
บทความนี้นินนินจะพาทุกคนมาทำความเข้าใจว่าคนป่วยมะเร็งกินอะไรได้บ้าง ควรเน้นสารอาหารประเภทใด และมาทำความรู้จักกับอาหารทางการแพทย์ผู้ป่วยมะเร็งคืออะไร พร้อมเมนูที่เหมาะสมในแต่ละช่วงการรักษา และอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างจริงจังครับ
อาหารทางการแพทย์ผู้ป่วยสำหรับมะเร็ง คืออะไร
อาหารทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยมะเร็ง (Medical Food) คืออาหารสูตรเฉพาะที่ออกแบบมาเพื่อผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับประทานอาหารปกติได้อย่างเพียงพอ ไม่ว่าจะเกิดจากอาการคลื่นไส้เรื้อรัง ปากแห้ง มีแผลในปาก กลืนลำบาก หรือน้ำหนักลดไปมากกว่า 5 กิโลกรัมโดยไม่ตั้งใจ
โดยอาหารทางการแพทย์มีหลายรูปแบบ เช่น
- อาหารเหลวสำเร็จรูป
- อาหารชงละลายน้ำ
- อาหารผ่านสายยาง (Enteral Nutrition)
ซึ่งส่วนมากประกอบด้วย โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน และเกลือแร่ครบถ้วน และส่วนใหญ่ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาลแลกโตส หรือมีในปริมาณน้อยมาก เหมาะสำหรับผู้ที่ระบบย่อยอาหารไวกว่าปกติ

เมื่อไรที่ควรพิจารณาอาหารทางการแพทย์?
หากเกิดกรณีเหล่านี้ ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารของโรงพยาบาล เพื่อให้ได้รับอาหารทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายในขณะนั้น
- น้ำหนักลดเกิน 5 กิโลกรัมโดยไม่ตั้งใจ
- กินอาหารปกติได้น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของปกติ ติดต่อกันนานกว่า 1 สัปดาห์
- มีแผลในปากหรือคอจากเคมีบำบัดจนกลืนอาหารแข็งไม่ได้
- มีอาการคลื่นไส้อาเจียนรุนแรงต่อเนื่อง
ทำไมโภชนาการสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง จึงสำคัญ?
ผู้ป่วยโรคมะเร็งส่วนใหญ่มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะทุพโภชนาการ (Malnutrition) เรียกง่าย ๆ ว่าภาวะขาดสารอาหาร เนื่องจากตัวโรคมะเร็งเองกระตุ้นให้ร่างกายสร้างสารก่อการอักเสบ ซึ่งทำให้การเผาผลาญพลังงานสูงขึ้น มีการสลายโปรตีนจากกล้ามเนื้อและไขมันเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันผู้ป่วยกลับรับประทานอาหารได้น้อยลงจากอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ หรือผลข้างเคียงจากเคมีบำบัดและการฉายแสง ก็ยิ่งทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็นต้องใช้ในการเสริมสร้าง รวมไปถึงซ่อมแซม เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายที่ถูกทำลายไป ทั้งจากตัวโรคมะเร็งเอง และจากเคมีบำบัด หรือรังสีรักษา
ดังนั้นโภชนาการสำหรับผู้ป่วยมะเร็งจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการกินให้อร่อย แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการรักษาที่ขาดไม่ได้ ทั้งก่อนและหลังการเข้าทำหัตถการเลยทีเดียวครับ
(ข้อมูลจาก คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล)
เจาะลึกสารอาหารคนป่วยมะเร็งกินอะไรได้บ้าง และต้องกินเท่าไหร่ถึงจะพอ?
เป็นมะเร็งกินอะไรได้บ้าง? คำตอบคือ อาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่ดีควรเน้นหลักการ “สุก ใหม่ สะอาด มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่” โดย “โปรตีน” คือสารอาหารที่สำคัญที่สุดในการซ่อมแซมเซลล์ที่ถูกทำลายจากการรักษา และช่วยรักษาพละกำลังของกล้ามเนื้อไว้ไม่ให้ฝ่อลีบไปก่อนเวลาอันควร

1. โปรตีน สารอาหารสำคัญอันดับหนึ่งสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง
ความเชื่อที่ว่า “กินเนื้อสัตว์ทำให้มะเร็งโตเร็วขึ้นนั้นไม่เป็นความจริง” เพราะมะเร็งไม่ได้เลือกว่าจะใช้พลังงานจากอาหารชนิดใดโดยเฉพาะ ในทางกลับกัน การเลือกอาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็งหากผู้ป่วยได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ ร่างกายจะสลายโปรตีนจากกล้ามเนื้อมาใช้แทน ทำให้ผู้ป่วยผอม อ่อนแรง และไม่สามารถทนต่อการรักษาได้ตามกำหนด แต่เป็นไปได้ว่าเนื้อสัตว์บางชนิดมีโครงสร้างโปรตีนที่ย่อยยาก โดยเฉพาะหลังจากที่ร่างกายได้เข้ารับการรักษาเคมีบำบัดหรือรังสีรักษามาแล้ว อาทิ เนื้อวัว เนื้อหมู ร่างกายอาจต้องใช้พลังงานมากสำหรับการย่อยโปรตีนดังกล่าว การเลือกเนื้อปลา ที่มีไขมันน้อยกว่า ย่อยง่ายกว่า กินง่ายกว่า จึงเป็นทางเลือกที่นิยมแนะนำบอกต่อกันมาครับ
แหล่งโปรตีนที่แนะนำสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง
- เนื้อปลา เนื้อไก่ หมูไม่ติดมัน – เลือกปลา อกไก่ ซึ่งย่อยง่าย และไม่เพิ่มภาระให้ระบบทางเดินอาหาร
- ไข่ — กินได้ทั้งไข่ขาวและไข่แดง แต่หากต้องการโปรตีนเพิ่ม ให้เน้นทานเฉพาะไข่ขาวเพิ่ม
- เต้าหู้และถั่วชนิดต่างๆ (ขึ้นอยู่กับคำแนะนำของแพทย์เป็นหลัก)
2. คาร์โบไฮเดรตและพลังงาน
- เนื่องจากผู้ป่วยมะเร็งมีการเผาผลาญพลังงานสูงกว่าปกติ แต่กลับรับประทานอาหารได้น้อยลง ดังนั้นอาหารที่ให้พลังงานสูง ในปริมาณที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญมาก เช่น ข้าวชนิดต่าง ๆ ธัญพืชต่าง ๆ
ผู้ป่วยมะเร็งกินผลไม้อะไรได้บ้าง?
ที่จริงสามารถกินได้ทั้งหมด หากไม่มีข้อบ่งชี้ หรือข้อปฏิบัติ ข้อห้ามจากแพทย์ (เพราะอาจมีผลไม้ที่มีสารอาหารบางอย่างกระตุ้นอาการอักเสบ หรือกระตุ้นการเติบโตของเนื้องอก) แต่ควรระวังเรื่องน้ำตาลในผลไม้เป็นหลักมากกว่า เน้นที่ผลไม้สด สุกพอดี ไม่งอมจนเกินไป (น้ำตาลยิ่งสูง) งดผลไม้แปรรูป ของหมักดองทุกชนิดผลไม้ทุกอย่างต้องล้างให้สะอาด ปอกเปลือกทุกครั้ง ด้วยมือที่สะอาด และใช้อุปกรณ์ที่แยกเฉพาะสำหรับผู้ป่วยเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่รับเคมีบำบัดและมีค่าเม็ดเลือดขาวต่ำ แนะนำให้งดผักสด และผลไม้ที่มีเปลือกบางที่กินทั้งเปลือก ควรปรึกษาทีมแพทย์เกี่ยวกับชนิดของผลไม้ที่ทานได้ เนื่องจากความต้านทานโรคของร่างกายจะต่ำกว่าปกติ
คำถามที่พบบ่อย FAQs เกี่ยวกับอาหารผู้ป่วยมะเร็ง
1. ผู้ป่วยมะเร็งกินน้ำตาลได้ไหม?
จริงที่โรคมะเร็งใช้น้ำตาลเป็นแหล่งพลังงาน แต่ไม่ได้หมายความว่าการกินน้ำตาลจะส่งเสริมโรคมะเร็งโดยตรงครับ การกินน้ำตาลมากเกินไปจะทำให้มีภาวะอ้วน เบาหวาน เกิดการอักเสบในร่างกาย ซึ่งสัมพันธ์กับการแพร่กระจายของโรคมะเร็งมากกว่า ดังนั้นผู้ป่วยสามารถกินได้ในปริมาณที่เหมาะสมครับ นินนินแนะนำให้เน้นน้ำตาลจากธรรมชาติ เช่น จากผลไม้สด ในปริมาณที่พอดี หรือกินพอประมาณเพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกสดชื่นครับ และควรหมั่นออกกำลังกายที่เหมาะสมตามภาวะของร่างกาย เพื่อเสริมความแข็งแรงของเซลล์ในการสู้กับโรคมะเร็งต่อไปครับ
2. อาหารทางการแพทย์ผู้ป่วยมะเร็งจำเป็นไหม?
ผู้ป่วยมะเร็งไม่จำเป็นต้องกินอาหารทางการแพทย์เสมอไปหากยังสามารถกินอาหารปกติได้ตามเกณฑ์ที่เหมาะสม อาหารทางการแพทย์เหมาะสำหรับผู้ที่กินอาหารปกติได้น้อย มีอาการกลืนลำบาก หรือน้ำหนักลดมาก ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเลือกใช้ครับ
3. ผู้ป่วยมะเร็งกินวิตามินเสริมได้ไหม?
ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอครับ เนื่องจากการกินวิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณสูงโดยไม่มีแพทย์แนะนำ อาจรบกวนประสิทธิภาพของการทำเคมีบำบัด หรือส่งผลต่อสภาวะร่างกายในขณะนั้น รวมไปถึงระดับฮอร์โมนบางชนิดด้วยครับ
สรุป
อาหารผู้ป่วยมะเร็งที่ถูกต้องไม่ได้หมายความว่าต้องกินแต่ผักกับปลา แต่หมายถึงการได้รับสารอาหารครบถ้วน เน้นโปรตีนคุณภาพดี พลังงานเพียงพอ และเป็นอาหารสดใหม่ ปรุงสุก และสะอาดเสมอ (แม้แต่ผักสดหรืออาหารค้างคืนก็ควรเลี่ยง เนื่องจากร่างกายอยู่ในภาวะไวต่อสิ่งปนเปื้อนมากกว่าเดิม) สำหรับผู้ที่กินอาหารปกติได้ยาก อาหารทางการแพทย์ผู้ป่วยมะเร็งเป็นตัวเลือกที่ช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบ โดยไม่ต้องฝืนกิน ทั้งนี้ขอแนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารก่อนปรับเปลี่ยนอาหารเสมอ เพราะแต่ละคนมีสภาพร่างกาย และผลข้างเคียงจากการรักษาที่แตกต่างกันครับ
หากใครกำลังมองหาประกันโรคมะเร็ง เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เสริมเกราะความมั่นใจในการวางแผนดูแลสุขภาพกับโรคร้ายที่คาดเดาได้ยาก สามารถติดต่อผู้เชี่ยวชาญจาก TT Insurance Broker (TTIB) หรือทักมาสอบถามนินนินและทีมแอดมิน TTIB ได้เลย เราพร้อมดูแลครับ
- Facebook page: TT Insurance Broker
- Line official: @TTIB
- โทรศัพท์: 02-248-4848 วันจันทร์–ศุกร์ (เวลาทำการ 08.30 – 17.00 น.)
ที่มาข้อมูล
https://www.rama.mahidol.ac.th/atrama/issue047/believe-it-or-not
https://www.chulacancer.net/articles-page.php?id=822&keysname=Healthtips
https://www.chulacancer.net/articles-page.php?id=818&keysname=Healthtips