ไข่ขาว (ซึ่งในบทความนี้จะขออ้างอิงไข่ขาวจากไข่ไก่เป็นหลักนะครับ) คือแหล่งโปรตีนคุณภาพสูง ที่ผู้ป่วยเคมีบำบัดต้องการเป็นพิเศษ เพราะร่างกายในช่วงการรักษามักเผชิญกับภาวะเบื่ออาหาร น้ำหนักลด และสูญเสียกล้ามเนื้อ ซึ่งสารอาหารในไข่ขาวมีกรดอะมิโนจำเป็นที่จะช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และรักษามวลกล้ามเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทความนี้นินนินจะพามาดูครับว่าโปรตีนจากไข่ขาว (อ้างอิงจากไข่ไก่) มีประโยชน์อื่น ๆ อย่างไรอีก รวมถึงปริมาณที่แนะนำให้กินต่อวัน พร้อมตอบคำถามยอดฮิตอย่าง ผู้ป่วยกินไข่ขาวได้วันละกี่ฟอง และ ไข่ขาว 1 ฟองกี่แคล? ถ้าพร้อมแล้วมาดูกันเลยครับ
ไข่ขาวคืออะไร?
ไข่ขาว (Egg White หรือ Albumin) คือส่วนใสที่ล้อมรอบไข่แดง ประกอบด้วย
- น้ำประมาณ 88-90%
- โปรตีน ประมาณ 10-12%
ไข่ขาวมีโปรตีนหลักคือ Ovalbumin (~54%), Conalbumin (~13%), Ovomucoid (~11%) และ Globulins ซึ่งให้กรดอะมิโนจำเป็น (Essential Amino Acids) ที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์เองได้
ทำไมโปรตีนจากไข่ขาวจึงจำเป็นในผู้ป่วยที่ให้เคมีบำบัด?
จุดเด่นที่ทำให้ไข่ขาวแตกต่างจากโปรตีนชนิดอื่นคือ ไขมันต่ำ และมีคอเลสเตอรอลต่ำมาก จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการโปรตีนสูงไขมันต่ำ นอกจากนี้โปรตีนในไข่ขาวยังย่อยง่าย ร่างกายดูดซึมได้ดี โดยเฉพาะเมื่อปรุงสุก ทำให้เป็นตัวเลือกโปรตีนเข้มข้นที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่รับประทานอาหารได้น้อยระหว่างการรักษา
ดัชนีคุณภาพโปรตีน Biological Value (BV) ของไข่ขาวปรุงสุกอยู่ที่ประมาณ 88-100 ซึ่งจัดว่าสูง และร่างกายสามารถนำโปรตีนจากไข่ขาวไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตารางสรุปคุณค่าทางโภชนาการในไข่ขาว
| สารอาหาร | ปริมาณ (100 กรัม) | ประโยชน์ไข่ขาว |
| โปรตีน (Albumin) | 10.21 กรัม | ซ่อมแซมเนื้อเยื่อ สร้างกล้ามเนื้อ |
| Riboflavin (วิตามิน B2) | 0.39 มก. | ตัวช่วยเผาผลาญพลังงาน บำรุงผิวหนัง |
| ซีลีเนียม | 19.3 ไมโครกรัม | สารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน การทำงานของต่อมไทรอยด์ และบำรุงสุขภาพเส้นผมและเล็บให้แข็งแรง |
| แคลอรี | ~45 แคล | พลังงานต่ำ เหมาะกับผู้ต้องการโปรตีนสูง |

จะเห็นได้ชัดว่าไข่ขาว 1 ฟอง ให้พลังงานต่ำ คาร์โบไฮเดรตและไขมันก็ต่ำ แต่อัดแน่นไปด้วยโปรตีนที่สำคัญสำหรับการเสริมสร้างเนื้อเยื่อเซลล์ และมีสารอาหารที่มีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูร่างกาย ซึ่งสำคัญมากสำหรับผู้ป่วยที่ร่างกายต้องการการซ่อมแซมร่างกายจากการรักษาด้วยเคมีบำบัด
ประโยชน์ของไข่ขาวสำหรับผู้ป่วยเคมีบำบัด
ทำความรู้จักกับสารอาหารในไข่ขาวกันไปแล้ว คราวนี้ลองมาดูกันครับว่าไข่ขาวมีประโยชน์อย่างไรบ้างต่อผู้ป่วยเคมีบำบัด
- ซ่อมแซมเซลล์และเนื้อเยื่อที่ถูกทำลาย — ยาเคมีบำบัดทำลายทั้งเซลล์มะเร็ง และเซลล์ปกติไปพร้อมกัน โปรตีนจากไข่ขาวจึงเป็นวัตถุดิบหลักชั้นดีที่ร่างกายใช้ซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหาย ให้ฟื้นฟูกลับมาได้ไว เพราะย่อยง่ายและเข้มข้น
- บำรุงและรักษามวลกล้ามเนื้อ — ผู้ป่วยเคมีบำบัดมักสูญเสียมวลกล้ามเนื้ออย่างรวดเร็ว กรดอะมิโนในไข่ขาว จะช่วยชะลอการสลายกล้ามเนื้อ และกระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อใหม่
- เสริมการสร้างเม็ดเลือดทุกชนิด — เคมีบำบัดกดการทำงานของไขกระดูก ทำให้เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือดต่ำ โปรตีนจากไข่ขาวร่วมกับวิตามิน B12 และธาตุเหล็กจะช่วยสนับสนุนกระบวนการสร้างเม็ดเลือดให้กลับมาเป็นปกติ
- เสริมระบบภูมิคุ้มกัน ต้านอนุมูลอิสระ — ซีลีเนียมในไข่ขาวช่วยกระตุ้นการสร้างแอนติบอดี้ (Antibody) สารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดความเครียดในร่างกาย และกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาว ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายที่สุดในช่วงรับการรักษา
- ดูดซึมได้ดีแม้ระบบย่อยอาหารทำงานลดลง — ไข่ขาวปรุงสุกมีอัตราการดูดซึมโปรตีนสูง ทำให้ร่างกายได้รับโปรตีนเข้มข้น เต็มประสิทธิภาพเพราะไขมันต่ำ แม้ในช่วงที่ระบบย่อยอาหารทำงานได้ไม่เต็มที่
- โปรตีนสูง แคลอรีต่ำ ไขมันแทบเป็นศูนย์ — ไข่ขาว 1 ฟองให้โปรตีน 3.5–4 กรัม ในแคลอรีเพียง 17–20 กิโลแคลอรี ไขมัน 0.1 กรัม และไม่มีคอเลสเตอรอล (ที่มาจากไข่แดง) เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการโปรตีนสูง แต่มีข้อจำกัดด้านการรับประทานอาหาร
- ลดความเสี่ยงทุพโภชนาการ — ภาวะทุพโภชนาการในผู้ป่วยมะเร็งส่งผลให้ภูมิคุ้มกันต่ำ ร่างกายทนต่อการรักษาได้น้อยลง และฟื้นตัวช้า การได้รับโปรตีนจากไข่ขาวอย่างสม่ำเสมอจะช่วยรักษาน้ำหนักตัว และซ่อมแซมสภาพร่างกายให้พร้อมรับการรักษาในแต่ละรอบ
ไข่ขาวกับการรับเคมีบำบัด ก่อน ระหว่าง และหลังการรักษา
ความต้องการโปรตีนของร่างกายจะแตกต่างกันในแต่ละระยะของการรักษา ดังนั้น การวางแผนรับประทานโปรตีนให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงจึงเป็นสิ่งสำคัญ
เสริมสร้างร่างกายให้พร้อมก่อนเริ่มเคมีบำบัด
ก่อนเริ่มการรักษา ร่างกายควรอยู่ในสภาพที่แข็งแรงที่สุด ผู้ป่วยควรได้รับโปรตีนประมาณ 1.0-1.2 กรัม/กิโลกรัมน้ำหนักตัว/วัน รวมถึงอาหารที่มีวิตามิน และเกลือแร่สูงจากผักและผลไม้ เพื่อเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อ และภูมิคุ้มกัน
ไข่ขาวในช่วงนี้เหมาะนำมาปรุงได้หลากหลาย มีรสชาติดี กินง่าย เช่น ไข่ขาวต้ม นึ่ง ตุ๋น ไข่ขาวผัดผัก หรือเพิ่มลงในซุป เพื่อสะสมโปรตีนให้ร่างกาย ก่อนที่ยาเคมีบำบัดจะเริ่มทำงาน
ช่วงระหว่างรับเคมีบำบัดเน้นอาหารย่อยง่าย
ระหว่างการรักษา ผู้ป่วยบางคนมักพบปัญหาคลื่นไส้ เบื่ออาหาร และปากแห้ง ทำให้กินอาหารได้น้อยลง ในขณะที่ความต้องการโปรตีน ในช่วงนี้กลับสูงขึ้นเป็น 1.2-2.0 กรัม/กิโลกรัมน้ำหนักตัว/วัน
เคล็ดลับสำหรับช่วงนี้คือ การแบ่งอาหารเป็น 5-6 มื้อเล็ก ๆ แทนมื้อหลัก เลือกที่กินง่าย ย่อยง่าย เช่น ไข่ขาวตุ๋นนิ่ม ๆ เพื่อให้ร่างกายดูดซึมโปรตีนจากไข่ขาวได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ฟื้นฟูกล้ามเนื้อและพลังงานหลังสิ้นสุดการรักษา
หลังจากสิ้นสุดการรักษา ร่างกายเข้าสู่ช่วงฟื้นฟู และยังคงต้องการโปรตีนสูงอยู่ที่ประมาณ 1.0-1.5 กรัม/กิโลกรัมน้ำหนักตัว/วัน เพื่อสร้างกล้ามเนื้อที่สูญเสียไปคืนมา และเสริมความแข็งแรงของระบบภูมิคุ้มกันในระยะยาว
โดยในช่วงนี้สามารถนำไข่ขาวมาประยุกต์เป็นเมนูหลากหลายได้มากขึ้น เพราะร่างกายจะเริ่มตอบสนองต่ออาหารได้ดีกว่าในระหว่างการรักษา

ผู้ป่วยรับเคมีบำบัดกินไข่ขาวได้วันละกี่ฟอง?
คำตอบจะขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว, สภาพร่างกาย, ระยะการรักษา โดยมีแนวทางทั่วไปดังนี้
- ผู้ป่วยก่อนเริ่มเคมีบำบัด – ไข่ขาว 4-6 ฟองต่อวัน ร่วมกับโปรตีนจากแหล่งอื่น เพื่อสะสมโปรตีน หรือปริมาณมากกว่านี้ตามคำแนะนำของนักกำหนดอาหาร เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมรับเคมีบำบัดโดยผู้ป่วยระหว่างรับเคมีบำบัด – ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร เพราะความต้องการโปรตีนอาจสูงมากถึง 2 กรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม จากทุกแหล่งรวมกัน การกินไข่ขาวอย่างเดียวไม่เพียงพอ ควรกินโปรตีนให้หลากหลาย
- ผู้ป่วยหลังรับเคมีบำบัด – ไข่ขาวประมาณ 5–8 ฟอง/วัน ร่วมกับโปรตีนจากแหล่งอื่น เพราะร่างกายยังอยู่ในช่วงฟื้นฟูมวลกล้ามเนื้อและเสริมภูมิคุ้มกัน
ข้อควรรู้
แนวทางการรับประทานอาหารที่เหมาะสม ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร เพื่อวางแผนโภชนาการเป็นรายบุคคลที่เหมาะกับสภาพร่างกายในแต่ละช่วง
คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับไข่ขาวและเคมีบำบัด
ไข่ขาว 1 ฟอง กี่แคล และทำไมถึงเหมาะกว่าไข่ทั้งฟอง?
ไข่ขาว 1 ฟอง ให้พลังงานเพียง 17-20 แคลอรี โปรตีน 3.5-4 กรัม ไขมันต่ำและไม่มีคอเลสเตอรอล เมื่อเทียบกับไข่ทั้งฟองที่ให้พลังงาน 70-80 แคลอรี มีไขมัน 5 กรัม และคอเลสเตอรอล 186 มก. ทำให้ไข่ขาว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องจำกัดไขมันหรือต้องการโปรตีนจากไข่ขาวในปริมาณมาก โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการคุมคาร์โบไฮเดรต จำนวนแคลอรีและปริมาณไขมัน
แต่การรับประทานไข่ทั้งฟองก็ไม่ใช่เรื่องไม่ดีนะครับ เพียงแต่ควรอยู่ในคำแนะนำของแพทย์สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องควบคุมระดับไขมัน สำหรับบุคคลทั่วไปสามารถรับประทานไข่ได้สัปดาห์ละ 3-5 ฟองอยู่แล้วครับ
ผู้ป่วยที่คลื่นไส้รุนแรงควรกินไข่ขาวอย่างไร?
เลือกปรุงแบบนุ่มที่สุดเพื่อให้กินง่าย คล่องคอ ไม่กระตุ้นอาการคลื่นไส้ เช่น ลวกในซุปใสหรือนึ่ง ไข่ตุ๋นนิ่ม ๆ แบ่งเป็นคำเล็ก ๆ กินพร้อมน้ำซุปอุ่น ๆ หรือหลีกเลี่ยงกลิ่นด้วยการปรุงรสเล็กน้อย ถ้ากินไม่ไหวจริง ๆ อาจพิจารณาอาหารทางการแพทย์อื่น ๆ ตามดุลยพินิจของแพทย์
ข้อควรระวังในการรับประทานไข่ขาวมีอะไรบ้าง?
ข้อสำคัญที่สุดคือ ไข่ขาวต้องปรุงสุกทุกครั้ง ห้ามรับประทานดิบโดยเด็ดขาด (ซึ่งผู้ป่วยมะเร็งไม่ควรกินอาหารดิบอยู่แล้วทุกกรณีเพราะสุ่มเสี่ยงภาวะติดเชื้อได้ง่าย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องให้เคมีบำบัด) นอกจากนี้ผู้ที่แพ้ไข่ควรหลีกเลี่ยงอย่างสิ้นเชิง และผู้ที่มีโรคไตควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะอาจต้องควบคุมปริมาณโปรตีนที่รับประทาน ทั้งนี้ ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารเสมอ เพื่อการวางแผนโภชนาการที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล
สรุป
ไข่ขาวคือวัตถุดิบราคาถูก และหาได้ง่าย แต่มีคุณค่าทางโภชนาการที่ครบและเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยทุกระยะของการรักษาด้วยเคมีบำบัด แต่สิ่งที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ ต้องปรุงสุกทุกครั้งก่อนรับประทานเพื่อความปลอดภัย และเพื่อให้ร่างกายดูดซึมโปรตีนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ สำหรับปริมาณที่เหมาะสมที่ควรบริโภคไข่ขาวในแต่ละช่วงการรักษานั้น ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว และสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล จึงควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร เพื่อวางแผนโภชนาการที่เหมาะสมที่สุดแบบรายบุคคลครับ
หากใครกำลังมองหาประกันโรคมะเร็ง เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับโรคร้ายไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ สามารถติดต่อผู้เชี่ยวชาญจาก TT Insurance Broker (TTIB) หรือทักมาสอบถามนินนินและทีม TTIB ได้เลย เราพร้อมดูแลและอยู่เคียงข้างคุณเสมอครับ
- Facebook page: TT Insurance Broker
- Line official: @TTIB
- โทรศัพท์: 02-248-4848 วันจันทร์–ศุกร์ (เวลาทำการ 08.30 – 17.00 น.)
ที่มาข้อมูล
- โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
- สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา ฝ่ายรังสีวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
- สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล
- สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)
- โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์
- หน่วยโภชนวิทยาและชีวเคมีทางการแพทย์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี
- ศูนย์มะเร็ง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์