ภาษาไทย

/

5 วิธีดูแลสุขภาพรับหน้าฝน

5 วิธี ดูแลสุขภาพรับมือหน้าฝน

ฝนฟ้าคะนองติดๆ กันตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็น เวลาแห่งความเร่งรีบและจราจรคับคั่งชวนให้หงุดหงิดใจ  นอกเหนือจากการวางแผนเมื่อต้องออกเดินทางแล้วว่าจะเจอฝนหรือไม่ เรื่องสุขภาพก็เป็นอีกประเด็นที่หลายๆ เป็นห่วงหวั่นว่าจะกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน

การดูแลสุขภาพรับมือกับหน้าฝนที่กำลังมาถึงนี้ เริ่มต้นได้จากตัวคุณเอง หรือการเอาใจใส่คนที่คุณรักด้วย 5 วิธีง่ายๆ ดังนี้

1. หลีกเลี่ยงการตากฝน และพกอุปกรณ์เพื่อป้องกันฝน ร่ม เสื้อกันฝน โดยไม่ใช่แค่เพียงฝนเท่านั้นที่เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วย แต่ขณะที่ฝนตกมักมีลมที่พัดพาเอาเชื้อไวรัสมาในอากาศได้ง่ายขึ้น และลมฝนมักทำให้อุณหภูมิร่างกายลดลง เมื่อร่างกายหรือเสื้อผ้าอับชื้นเป็นเวลานานก็ทำให้ร่างกายอ่อนแอลงและเป็นหวัดได้ง่าย

หลีกเลี่ยงเดินลุยน้ำขัง

2. หลีกเลี่ยงบริเวณน้ำขัง หรือให้เท้าเปียกจากแหล่งเชื้อโรค เมื่อฝนตกและน้ำขังก็ทำให้เกิดการสั่งสมเชื้อโรค หากมีบาดแผลที่เท้า หรือบริเวณขา ก็อาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ อาทิ โรคฉี่หนู ซึ่งทำให้เกิดอาการไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ตาแดง ปวดกล้ามเนื้อ หรือในรายที่ป่วยรุนแรง อาจทำให้เกิดภาวะความดำโลหิตต่ำ ปอดอักเสบ เลือดออกผิดปกติขึ้นได้ หากเดินในที่น้ำขังควรรีบทำความสะอาด

3. การควบคุมอุณหภูมิภายในห้อง หรือภายในบ้าน โดยปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศประมาณ 26 องศาเซลเซียสขึ้นไป หรือเปิดพัดลมเบาไม่กระทบตัวตรงๆ ด้วยเหตุผลเดียวกันคืออุณภูมิร่างกายต่ำทำให้ร่างกายอ่อนแอลง นอกจากนั้นควรระบายอากาศให้ถ่ายเทสะดวกด้วย ไม่ให้อากาศอับชื้นในที่ปิดรบกวนระบบทางเดินหายใจ

4. การหลีกเลี่ยงพื้นที่ชุมชน หรือสวมหน้ากากอนามัยอยู่เสมอเมื่ออยู่ในพื้นที่แออัด   นอกจากจะอยู่ในมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แล้ว ในฤดูฝนที่คนมักป่วยหรือมีอาการหวัดเองก็ต้องอาศัยวิธีการเดียวกันในการเลี่ยงสัมผัสหรือใกล้ชิดกับผู้ป่วย ควรหลีกเลี่ยงสถานที่แออัด หมั่นทำความสะอาดมือที่สัมผัสสิ่งของร่วมกับผู้อื่น รวมถึงภายในครัวเรือนเอง หากมีผู้ป่วยก็ควรแยกห้องพักรักษาตัวออกจากอื่น เพื่อป้องกันการแพร่ของโรคนั่นเอง

ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ประจำปี

5. การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ นอกจากไข้หวัดแล้ว โรคไข้หวันใหญ่เองก็มักจะพบมากในช่วงฤดูฝน ซึ่งมีอาการขั้นกว่าของไข้หวัดธรรมดาและอาจส่งผลให้เกิดโรคแทรกซ้อนเข้ามาได้ กลุ่มเสี่ยง อาทิ เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ, ผู้สูงวัยอายุ 65 ปีขึ้นไป หรือผู้ป่วยโรคเรื้อรัง อาจเข้ารับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ กระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย

นอกจากนั้นการหมั่นดูแลสุขภาพทั้งด้านอาหารการกิน เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วน และออกกำลังกายก็เป็นเรื่องที่เราเริ่มต้นเอาใจใส่ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นฤดูไหนๆ หากร่างกายแข็งแรงแล้วละก็ ความเจ็บป่วยอาจจะมาเยือนได้ยากขึ้น

ที่มาข้อมูล :

โรงพยาบาลหัวเฉียว | โรงพยาบาลวิภาวดี

ประกันภัยที่เกี่ยวข้อง

แชร์โพสต์นี้

Popular Tags