เมื่อมีคนในครอบครัวป่วยเป็นมะเร็ง คำถามที่วนอยู่ในหัวแทบทุกคนคือ มะเร็งเป็นกรรมพันธุ์ไหม และ มะเร็งถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้จริงหรือเปล่า ลูกหลานเราจะได้รับยีนกลายพันธุ์นั้นไปด้วยไหม
ความจริงแล้วมะเร็งกับพันธุกรรมมีความเชื่อมโยงกันอยู่ครับ เพราะโรคนี้เกิดจากความผิดปกติของดีเอ็นเอในเซลล์ แต่ไม่ได้แปลว่ามะเร็งถ่ายทอดทางพันธุกรรมจะเกิดขึ้นกับทุกคนในครอบครัวเสมอไปนะครับ และไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่มาจากครอบครัวที่มีประวัติโรคมะเร็งจะต้องเป็นโรคมะเร็งเสมอไป นินนินอยากชวนมาทำความเข้าใจกลไกของยีนกลายพันธุ์ให้ถ่องแท้ จะช่วยให้เราแยกแยะความเสี่ยงได้ วางแผนรับมือได้ตรงจุด และไม่ต้องแบกความกังวลจนเกินไป เพราะความเครียดก็เป็นส่วนหนึ่งของการกระตุ้นยีนกลายพันธุ์นะครับ
คลายข้อสงสัยมะเร็งเป็นกรรมพันธุ์ไหม?
ทางการแพทย์จะแบ่งประเภทการเกิดโรคมะเร็งออกเป็น 2 กลุ่มหลักตามสาเหตุของการเกิดโรค การกลายพันธุ์ในโรคมะเร็งแบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ การกลายพันธุ์ที่เกิดขึ้นเองในเนื้อเยื่อปกติ (Somatic mutation) และ การกลายพันธุ์ที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม (Germline mutation) ดังนี้ครับ
มะเร็งชนิดที่ไม่ได้เกิดจากพันธุกรรม (Sporadic Cancer)
คิดเป็นสัดส่วนใหญ่ถึง 90-95% ของผู้ป่วยมะเร็งทั้งหมด มะเร็งกลุ่มนี้เกิดจากการสะสมความผิดปกติของเซลล์ในร่างกายภายหลัง (Somatic Mutation) ซึ่งมีตัวเร่งมาจากอายุที่มากขึ้น พฤติกรรมการใช้ชีวิต และปัจจัยภายนอก เช่น
- การสูบบุหรี่
- การดื่มแอลกอฮอล์
- การรับประทานอาหารปิ้งย่าง ไหม้เกรียม
- เนื้อสัตว์แปรรูป อาหารไขมันสูง ผ่านกระบวนการถนอมอาหารหนัก
- การสัมผัสสารเคมีและรังสีเป็นเวลานาน
มะเร็งชนิดถ่ายทอดทางพันธุกรรม (Hereditary Cancer)
มะเร็งชนิดนี้คิดเป็นสัดส่วนเพียง 5-10% ของการเกิดโรคเท่านั้น เกิดจากความผิดปกติของยีนควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์ที่เรียกว่ายีนกลายพันธุ์ ซึ่งพบตั้งแต่ในเซลล์สืบพันธุ์ (Germline Mutation) ของพ่อหรือแม่ ทำให้ยีนด้อยถูกส่งต่อไปยังลูกหลานตั้งแต่ปฏิสนธิ ส่งผลให้ผู้ที่ได้รับถ่ายทอดมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดโรคมะเร็งบางชนิดเร็วกว่าคนทั่วไป สามารถตรวจพบการกลายพันธุ์นี้ได้ตั้งแต่กำเนิด จึงมักพบการเกิดโรคในคนอายุน้อยเป็นหลัก

เข้าใจกลไกยีนกลายพันธุ์ ตัวการหลักเบื้องหลังมะเร็ง พันธุกรรม
โครงสร้างร่างกายของมนุษย์ประกอบด้วยเซลล์นับล้านล้านเซลล์ โดยภายในนิวเคลียสของทุกเซลล์จะมียีน (Genes) ซึ่งทำหน้าที่เป็นพิมพ์เขียวควบคุมการทำงาน การแบ่งตัว และการตายของเซลล์ตามอายุขัย แต่เมื่อใดก็ตามที่เกิดภาวะยีนกลายพันธุ์ (Mutation) พิมพ์เขียวดังกล่าวจะเกิดความบิดเบี้ยว ส่งผลให้เซลล์สูญเสียการควบคุม และแบ่งตัวเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วผิดปกติ จนกลายเป็นก้อนเนื้อร้ายในที่สุด
ในกรณีของมะเร็ง พันธุกรรมนั้น ความผิดปกติจะเกิดขึ้นที่ยีนกลุ่มหลัก ๆ ยีนสองประเภทที่เกี่ยวข้องโดยตรง ได้แก่
1. ยีนก่อมะเร็ง (Oncogenes)
ยีนที่ทำหน้าที่กระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์ หากเกิดการกลายพันธุ์ยีนนี้จะทำงานมากเกินไป บังคับให้เซลล์แบ่งตัวไม่หยุด
2. ยีนยับยั้งเนื้องอก (Tumor Suppressor Genes)
ยีนชนิดนี้เปรียบเสมือนระบบเบรกของรถยนต์ มีหน้าที่คอยซ่อมแซม DNA ที่เสียหาย และสั่งให้เซลล์ที่ผิดปกติทำลายตัวเอง (Apoptosis) หากยีนกลุ่มนี้เกิดการกลายพันธุ์ และสูญเสียการทำงาน ระบบเบรกของเซลล์จะพังลง ไม่มีการควบคุมและซ่อมแซมเซลล์เนื้อร้าย ทำให้เซลล์มะเร็งเติบโตได้อย่างอิสระ
การสืบทอดยีนกลายพันธุ์ชนิดนี้ ส่วนใหญ่เป็นแบบลักษณะเด่น (Autosomal Dominant) หมายความว่า หากพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งมียีนผิดปกตินี้อยู่ ลูกจะมีโอกาสได้รับยีนนี้ไปสูงถึง 50% และผู้ที่มียีนนี้จะมีความไวในการเกิดมะเร็งสูงกว่าคนทั่วไป
เจาะลึกมะเร็งที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม มีอะไรบ้าง?
แม้ว่ามะเร็งเกือบทุกชนิดจะเกิดจากความผิดปกติของเซลล์ แต่มะเร็งบางประเภทมีความเชื่อมโยงกับสายเลือด และรหัสพันธุกรรมอย่างเด่นชัด คราวนี้ลองมาดูกันครับว่ามะเร็งที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม มีอะไรบ้างที่พบบ่อย และมีการศึกษาวิจัยอย่างแพร่หลาย
มะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ มะเร็งตับอ่อน และมะเร็งต่อมลูกหมาก (กลุ่มยีน BRCA1 และ BRCA2)
มะเร็งเหล่านี้คือกลุ่มมะเร็งทางพันธุกรรมที่พบได้บ่อยที่สุด (Hereditary Breast and Ovarian Cancer syndrome: HBOC) เกิดจากการกลายพันธุ์ของยีน BRCA1 หรือ BRCA2 ซึ่งเป็นยีนยับยั้งเนื้องอก
- โดยปกติคนทั่วไปมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมตลอดช่วงชีวิตเพียงประมาณ 12% แต่สำหรับผู้หญิงที่ได้รับถ่ายทอดยีนกลายพันธุ์ BRCA1/2 จะมีความเสี่ยงพุ่งสูงขึ้นถึง 50-80% และมีความเสี่ยงมะเร็งรังไข่สูงถึง 20-40%
- ยีนกลุ่มนี้ไม่ได้ส่งผลเฉพาะในผู้หญิงเท่านั้น แต่ผู้ชายที่ได้รับยีนนี้ไปก็มีความเสี่ยงที่จะเกิด มะเร็งเต้านมในผู้ชาย และมะเร็งต่อมลูกหมากชนิดรุนแรง รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงของ มะเร็งตับอ่อนทั้งในเพศชายและเพศหญิงอีกด้วย
มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก และมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก (Lynch Syndrome)
โรคกลุ่มอาการลินช์ (Lynch Syndrome) เกิดจากการกลายพันธุ์ของยีนในกลุ่มสารซ่อมแซมดีเอ็นเอที่จับคู่ผิดพลาด (Mismatch Repair Genes: MMR เช่น MLH1, MSH2, MSH6, PMS2) ส่งผลให้เนื้อร้ายเติบโตในระบบทางเดินอาหารได้ง่ายขึ้น
- ผู้ที่มียีนกลุ่มนี้กลายพันธุ์ จะมีความเสี่ยงสูงมากในการพัฒนาไปเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่แม้จะอายุยังน้อย (บ่อยครั้งพบก่อนอายุ 50 ปี)
- นอกจากนี้ ในเพศหญิงยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก (Endometrial Cancer) และมะเร็งกระเพาะอาหารอย่างมีนัยสำคัญ

โรคติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่จำนวนมากจากพันธุกรรม (Familial Adenomatous Polyposis: FAP)
มะเร็งกลุ่มนี้เกิดจากการกลายพันธุ์ของยีน APC ทำให้ผู้ป่วยเกิดติ่งเนื้อธรรมดา (Polyps) ขึ้นในลำไส้ใหญ่จำนวนมากตั้งแต่วัยรุ่น หากไม่ได้รับการตรวจเจอ และตัดทิ้งหรือผ่าตัดรักษา ติ่งเนื้อเหล่านี้จะกลายพันธุ์ไปเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เกือบ 100% เมื่อผู้ป่วยเข้าสู่วัยผู้ใหญ่
สัญญาณเตือนภัยความเสี่ยงมะเร็งถ่ายทอดทางพันธุกรรม
ลองมาดูสัญญาณเตือนเบื้องต้นกันครับหากมีประวัติสุขภาพภายในครอบครัว เพื่อประเมินว่าคุณเข้าข่ายความเสี่ยงโรคมะเร็งส่งต่อทางสายเลือดหรือไม่
- มีผู้ป่วยมะเร็งในอายุน้อยผิดปกติ: มีสมาชิกในครอบครัวสายตรงป่วยเป็นโรคมะเร็งก่อนอายุ 50 ปี (เช่น พี่สาวเป็นมะเร็งเต้านมตอนอายุ 35 ปี)
- พบมะเร็งชนิดเดียวกันในเครือญาติหลายคน: มีญาติฝั่งเดียวกัน (ฝั่งพ่อทั้งหมด หรือฝั่งแม่ทั้งหมด) ป่วยเป็นมะเร็งชนิดเดียวกัน หรือชนิดที่สัมพันธ์กันทางฮอร์โมน และระบบทางเดินอาหารตั้งแต่ 2-3 คนขึ้นไป
- บุคคลเดียวเป็นมะเร็งหลายชนิด: มีสมาชิกในครอบครัวคนใดคนหนึ่งป่วยเป็นมะเร็งมากกว่า 1 ชนิดในช่วงชีวิต หรือเกิดมะเร็งในอวัยวะที่เป็นคู่พร้อมกันทั้งสองข้าง เช่น เป็นมะเร็งเต้านมทั้งสองข้าง หรือมะเร็งไตทั้งสองข้าง
- พบมะเร็งชนิดหายากในตระกูล: เช่น มีผู้ชายในครอบครัวป่วยเป็นมะเร็งเต้านม หรือพบมะเร็งเนื้อเยื่ออ่อน (Sarcoma) ร่วมกับมะเร็งสมองในสมาชิกครอบครัวที่ยังเด็ก
วางแผนค่าใช้จ่ายด้วยผลประโยชน์แบบ เจอ จ่าย จบ รับเงินก้อนเต็มทุนประกันอุ่นใจ ด้วย TTIB Cancer Care Shield
แม้เราจะตระหนักดีว่าโครงสร้างยีนกลายพันธุ์เป็นสิ่งที่เราเลือกหรือแก้ไขไม่ได้ตั้งแต่เกิด แต่สิ่งหนึ่งที่เราเลือกจัดการได้ล่วงหน้าคือ “การเตรียมความพร้อมและบริหารความเสี่ยงเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษา” ครับ
นินนินอยากแนะนำให้ทุกคนเสริมเกราะความมั่นใจ อุ่นใจเรื่องวางแผนค่าใช้จ่ายไว้ล่วงหน้าด้วยแผนประกัน TTIB Cancer Care Shield เพราะหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน จะได้เป็นการแบ่งเบาภาระในวันที่มีค่าใช้จ่ายสูงครับ
- รับเงินก้อนทันทีตามทุนประกันที่เลือกซื้อ สูงสุด 1,000,000 บาท เมื่อตรวจพบมะเร็ง (ขึ้นอยู่กับแผนประกันที่เลือกซื้อ) สามารถนำเงินก้อนนี้ไปบริหารจัดการเป็นค่าตรวจเพิ่มเติม ค่ารักษาเบื้องต้น หรือค่าใช้จ่ายแฝงอื่น ๆ ได้ทันทีตามความเร่งด่วน โดยไม่ต้องรอส่งใบเสร็จเบิก
- คุ้มครองแม้กลุ่มเสี่ยงสูง (ตรงจุดที่สุด) หมดห่วงเรื่องเงื่อนไขการรับประกัน เพราะแผนนี้เปิดรับประกันภัยแม้ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงสะสม ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีประวัติสมาชิกในครอบครัวเป็นมะเร็ง, ผู้ที่สูบบุหรี่ หรือผู้ที่มีค่า BMI (ดัชนีมวลกาย) เกินเกณฑ์ปกติ (เงื่อนไขพิเศษเฉพาะ TTIB Cancer Care Shield เท่านั้น)
- สมัครง่าย ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องตรวจสุขภาพก่อนทำประกัน เพียงตอบคำถามสุขภาพ 1 ข้อตามความเป็นจริงในใบสมัคร ด้วยหลักสุจริตใจอย่างยิ่ง
- สิทธิประโยชน์ทางภาษี เบี้ยประกันสามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้สูงสุด 25,000 บาท (ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร)

คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับมะเร็งเป็นกรรมพันธุ์หรือไม่?
1. ถ้าพ่อแม่เป็นมะเร็ง ลูกทุกคนจะต้องเป็นมะเร็งหรือไม่?
ไม่จริงเสมอไปหากโรคมะเร็งของพ่อแม่เกิดจากพฤติกรรมหรือสิ่งแวดล้อม (Sporadic) ลูกจะไม่ได้รับการถ่ายทอดความเสี่ยงนั้นไปเลย แต่หากมะเร็งของพ่อแม่เกิดจากยีนกลายพันธุ์ทางพันธุกรรม ลูกแต่ละคนจะมีโอกาสสุ่มได้รับยีนร้ายนั้นไป 50% และต่อให้ได้รับยีนร้ายไป ก็ไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งแน่นอน 100% ตั้งแต่แรกเกิด เพราะขึ้นอยู่กับภาวะร่างกายของลูกแต่ละคนด้วย
2. มะเร็งติดต่อผ่านการใช้ชีวิตประจำวันร่วมกันในบ้านไหม?
โรคมะเร็งไม่ใช่โรคติดต่อ ไม่สามารถแพร่กระจายหรือติดต่อกันได้ผ่านการกินข้าวร่วมกัน การสัมผัส น้ำลาย หรือการใช้ชีวิตประจำวันร่วมกันในครอบครัว คำว่า “พันธุกรรม” หมายถึงการส่งต่อรหัสดีเอ็นเอที่ผิดปกติผ่านเซลล์สืบพันธุ์จากพ่อแม่สู่ลูกเท่านั้น ไม่ใช่การแพร่เชื้อโรคใส่กัน
3. การตรวจคัดกรองยีนกลายพันธุ์และมะเร็ง พันธุกรรม ควรเริ่มทำตั้งแต่อายุเท่าไหร่?
สำหรับผู้ที่มีประวัติครอบครัวชัดเจนหรือมีความเสี่ยงสูง แนะนำให้เริ่มปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อประเมินความเสี่ยงได้ตั้งแต่วัยผู้ใหญ่ตอนต้น (อายุประมาณ 20-25 ปีขึ้นไป) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็งที่สงสัยในตระกูล โดยแพทย์จะวางแผนช่วงเวลาการตรวจที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถเริ่มมาตรการป้องกัน และตรวจติดตามได้ทันเวลาก่อนที่โรคจะก่อตัว และการตรวจขั้นตอนนี้มีค่าใช้จ่ายพอสมควร หากเรามีความเสี่ยงดังกล่าวจริง ควรพบและปรึกษาแพทย์เฉพาะทางก่อน เพราะอย่างที่กล่าวไป แม้ว่ามีคนในครอบครัวเป็นโรคมะเร็ง ก็ไม่ใช่สมาชิกในครอบครัวทุกคนที่จะกลายเป็นโรคมะเร็งเหมือน ๆ กัน
สรุป
มะเร็งส่งต่อทางกรรมพันธุ์ผ่านยีนกลายพันธุ์เพียง 5-10% เท่านั้น ส่วนอีกกว่า 90% เกิดจากพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมที่เราหลีกเลี่ยงได้ เพราะสิ่งดังกล่าวเป็นปัจจัยเสี่ยงกระตุ้นการทำงานของยีนกลายพันธุ์ แต่หากคุณพบสัญญาณเตือนในครอบครัว เช่น มีญาติสายตรงป่วยในอายุน้อยหรือป่วยโรคมะเร็งชนิดเดียวกันหลายคนอย่างมีนัยยะสำคัญ (อาทิ ผู้หญิงทุกคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่ทุกรุ่นอายุ) ให้พบแพทย์เฉพาะทางเพื่อปรึกษาก่อน เพื่อหารือการตรวจ Genomic Test ต่อไป
นินนินหวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยลดความกังวลใจเรื่องมะเร็งทางพันธุกรรมให้ทุกท่านได้นะครับ บางคนเชื่อว่ามะเร็งเป็นโรคที่เกิดจาก “กรรม” ซึ่งก็ถูกครึ่งหนึ่ง เพราะแม้ว่า “พันธุกรรม” จะมีส่วน (น้อย) แต่ก็เป็นโรคที่เกิด “พฤติกรรม” เสียเป็นส่วนใหญ่ครับ ดังนั้นเรามาดูแลสุขภาพ ปรับพฤติกรรม ลดปัจจัยเสี่ยงการกระตุ้นยีนกลายพันธุ์กันนะครับ
หากสนใจวางแผนความคุ้มครอง เสริมเกราะความมั่นใจในการบริหารความเสี่ยงเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษา วางแผนรับมือเพื่อความอุ่นใจ ติดต่อนินนินและทีมงาน TTIB ได้เลยนะครับ
- Facebook page: TT Insurance Broker
- Line Official: @TTIB
- โทรศัพท์: 02-248-4848 (วันจันทร์-ศุกร์ เวลาทำการ 08.30 – 17.00 น.)
ที่มาข้อมูล