ทีทีไอบีขอแสดงความเสียใจอีกครั้งต่อเหตุสลดเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุขบวนรถสินค้าที่ 2126 (เส้นทางท่าเรือแหลมฉบัง-บางซื่อ) เฉี่ยวชนกับรถประจำทาง ระหว่างจอดติดไฟแดง ณ สถานีคลองตัน-มักกะสัน จนเป็นเหตุให้เกิดเพลิงไหม้ในบริเวณดังกล่าว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 คน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 30 คน มีรถยนต์ได้รับความเสียหาย 5 คัน และรถจักรยานยนต์อีก 5 คัน
ก่อนอื่น นินนินขอฝากการปฏิบัติตามกฎจราจร อ้างอิงพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ซึ่งบัญญัติไว้ชัดเจนในส่วนของข้อบังคับการหยุดรถตรงจุดตัดทางรถไฟ ได้แก่ มาตรา 62 ข้อบังคับสำหรับจุดตัดทางรถไฟที่มีระบบอาณัติสัญญาณหรือเครื่องกั้น และมาตรา 63 ข้อบังคับสำหรับจุดตัดทางรถไฟที่ไม่มีเครื่องกั้นหรือไม่มีสัญญาณระวังรถไฟ รวมไปถึงมาตรา 46 ห้ามแซงในระยะคับขันก่อนถึงจุดตัดทางรถไฟอีกด้วยครับ

1. หยุดรถให้ห่างจากทางรถไฟไม่น้อยกว่า 5 เมตร ไม่ว่าจะมีเครื่องหมายหรือเสียงสัญญาณระวังรถไฟหรือไม่ก็ตาม ต้องรอให้แน่ใจว่าไม่มีรถไฟวิ่งผ่านหรือรถไฟวิ่งผ่านไปแล้ว จึงจะขับรถผ่านไปได้
2. ห้ามขับรถแซงขึ้นหน้ารถอื่นภายในระยะ 30 เมตร ก่อนถึงทางเดินรถที่ตัดข้ามทางรถไฟ
3. หากต้องการจอดรถ ต้องจอดรถในระยะไม่ต่ำกว่า 15 เมตรก่อนถึงทางรถไฟ
4. หากเห็นป้ายสัญลักษณ์ ได้แก่ ป้ายหยุด ป้ายเตือนรูปกากบาท “ระวังรถไฟ” ป้ายทรงสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนสีอำพัน มีเครื่องจักรไอน้ำและรั้วกั้น ให้ชะลอความเร็ว และดูให้แน่ใจว่าไม่มีรถไฟแล่นผ่านมา
(ที่มาข้อมูล การทางรถไฟแห่งประเทศไทย)
สำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างเรา ๆ สิ่งเหล่านี้เป็นกฎหมายข้อบังคับ เป็นหลักปฏิบัติที่ควรทำทุกครั้งเมื่อต้องผ่านจุดตัดทางรถไฟ และมีบทลงโทษตามกฎหมายหากไม่ปฏิบัติตามนะครับ
‘ประกันรถยนต์ 2+ คุ้มครองแค่ไหน?’ สำหรับเหตุการณ์อุบัติเหตุแบบนี้
ทุกท่านน่าจะพอทราบกันอยู่แล้วว่า ประกันรถยนต์ชั้น 2+ จะคุ้มครองค่าซ่อมแบบที่เราเรียกกันว่า “ซ่อมเขา ซ่อมเรา” ก็จริง โดยการเคลม “ซ่อมเรา” ที่ว่านั้นจะอยู่บนเงื่อนไขของการเกิดเหตุแบบรถชนรถ แล้วรถชนรถที่ว่าคือต้องเป็น “ยานพาหนะทางบก” ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์เท่านั้น

รถไฟ ถือเป็นยานพาหนะทางบก ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ไหม?
นิยามตามกฎหมายของ “ยานพาหนะทางบก” ก็คือให้หมายถึงเฉพาะรถที่ขับเคลื่อนด้วยกำลังเครื่องยนต์โดยใช้พลังงานเชื้อเพลิง เช่น น้ำมันก๊าซ กำลังไฟฟ้า และรวมถึง รถพ่วง รถไฟ รถราง ดังนั้น กรณีรถเรามีประกันประเภท 2+ และเกิดอุบัติเหตุกับรถไฟ หรือรถเมล์ เราสามารถเคลมค่าซ่อมได้ตามเงื่อนไขการ “ซ่อมเรา” โดยอ้างอิงตามทุนประกันภัยที่เราได้ทำไว้ครับ
มาดูในส่วนของความเสียหายต่อบุคคลภายนอก หรือ “ซ่อมเขา” กันบ้าง
ประกันรถยนต์ประเภท 2+ มีความคุ้มครองส่วนนี้อยู่ครับ แต่วงเงินความคุ้มครองจะแตกต่างกันไปตามแผนประกันภัย ยกตัวอย่างของแผน “โปรโมชั่นเบี้ยมงคล 599” จาก ทีทีไอบี ซึ่งเป็น ประกันภัยรถยนต์ รายเดือนระยะสั้น ประเภท 2+ ความคุ้มครอง 30 วัน ทุน 1 แสนบาท เบี้ยอยู่ที่ 599 บาท ของ บมจ. คุ้มภัยโตเกียวมารีน ฯ สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล หมวดความคุ้มครองบุคคลภายนอก ข้อมูลอัปเดต ณ เดือนพฤษภาคม ปี 2569 จะอยู่ที่
- ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย และอนามัย ของบุคคลภายนอก ส่วนเกินจาก พ.ร.บ. สูงสุด 20 ล้านบาท ต่อครั้ง
- ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย และอนามัย ของบุคคลภายนอก 5 แสนบาท ต่อคน (แต่รวมแล้วไม่เกิน 10 ล้าน บาท ต่อครั้ง)
- ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก 1,000,000 บาท ต่อครั้ง
ซึ่งในเหตุการณ์ครั้งนี้ หากรถยนต์ของเราเป็นฝ่ายที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน อาทิ รถไฟ รางรถไฟ หรือบ้านเรือนหรือร้านค้าใกล้เคียง แผนประกันรถยนต์ชั้น 2+ จะให้ความคุ้มครองในหมวดนี้ต่อความเสียหายทั้งหมดที่เกิดจากเหตุการณ์นี้อยู่ที่วงเงิน 1 ล้านบาทครับ ซึ่งบริษัทประกันภัยอาจเป็นผู้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผู้ดูแลทรัพย์สินนั้นๆ เพื่อชดเชยความเสียหายดังกล่าว

และขอเสริมรายละเอียดเพิ่มเติม ในกรณีที่มีการขับขี่ฝ่าฝืนสัญญาณจราจรและข้อบังคับตามกฎหมายส่งผลกระทบทางกายภาพทำให้อุปกรณ์ควบคุมการเดินรถได้รับความเสียหาย เช่น ยานพาหนะพุ่งชนไม้กั้นจนหัก หรือระบบเฟืองขับเคลื่อนชำรุด ผู้ขับขี่ต้องรับผิดชอบในทางแพ่งเพิ่มเติมนะครับ โดยผู้กระทำความผิดกฎหมายจราจรจะต้องชดใช้ค่าเสียหายพึงมีพึงได้ และค่าซ่อมแซมระบบอาณัติสัญญาณทั้งหมดให้แก่หน่วยงานรัฐที่ทำหน้าที่ดูแลและจัดการระบบรางตามมูลค่าความเสียหายจริง เนื่องจากระบบไม้กั้นและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ควบคุมสัญญาณไฟบริเวณจุดตัดเป็นทรัพย์สินของทางราชการ ที่มีมูลค่าการจัดซื้อและบำรุงรักษาสูง การทำให้ชำรุดเสียหายจึงต้องมีการประเมินมูลค่าทางแพ่งนอกเหนือไปจากเกณฑ์โทษปรับทางอาญาในมาตรา 152
อย่างไรก็ดี แม้ว่ารถไม่ได้มีทำประกันรถยนต์ภาคสมัครใจเอาไว้ อย่าลืมตรวจสอบความคุ้มครองจาก พ.ร.บ. โดยต้องมีการเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อยื่นเรื่องในภายหลัง เช่น ใบเสร็จรับเงินจากโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล หรือหลักฐานการแจ้งหนี้เกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ในกรณีบาดเจ็บ, ใบรับรองแพทย์ หรือความเห็นแพทย์ หรือหลักฐานอื่นใดที่ระบุว่าเป็นผู้ประสบภัยซึ่งทุพพลภาพ ในกรณีทุพพลภาพ, สำเนามรณบัตร (กรณีมีผู้เสียชีวิต), สำเนาบันทึกประจำวันของพนักงานสอบสวน หรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่าผู้นั้นได้รับความเสียหายจากการประสบภัยจากรถเพิ่มเติมด้วย
สรุป
อ่านมาถึงตรงนี้ท่านน่าจะเห็นว่า การชำระภาษีรถยนต์และต่อ พ.ร.บ. ทุกปีให้ถูกต้องตามกฎหมาย รวมไปถึงการทำประกันรถยนต์เพื่อบริหารความเสี่ยงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ นะครับ มีรถ ต้องมี พ.ร.บ. + ต่อภาษี + มีประกันภัย เดี๋ยวนี้มีแผนประกันออกมามากมายเพื่อให้เข้าถึงการประกันภัยได้ง่ายกว่าเดิม ทั้งแบบรายปี และแบบรายเดือน สำหรับผู้ที่นาน ๆ ใช้รถที ซึ่งเบี้ยประกันเริ่มต้นไม่กี่ร้อยบาท ถ้าเทียบกับความคุ้มครองที่ได้รับแล้ว คุ้มมาก ๆ เลยครับ
หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องความคุ้มครองหรือเงื่อนไขการทำประกันภัย สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยรถยนต์ของ TT Insurance Broker ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ที่ช่องทางการติดต่อ Facebook page: TT Insurance Broker, Line official @TTIB, www.ttib.co.th หรือ หมายเลขโทรศัพท์ 02-248-4848 วันจันทร์-ศุกร์ในเวลาทำการ 08.30-17.00 น.