ภาษาไทย

/

ประกันภัยขนส่ง คือ และคุ้มครองอะไรบ้าง

ธุรกิจนำเข้า-ส่งออก ต้องรู้ ‘ประกันภัยขนส่งสินค้า’ คุ้มครองอะไรบ้าง

การนำเข้าสินค้าเพื่อจัดจำหน่ายในประเทศ รวมถึงการส่งออกสินค้าไปยังประเทศต่าง ๆ ขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ และความต้องการของตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น สิ่งที่พลาดไม่ได้เมื่อก้าวขาเข้ามาในวงการนี้และสำคัญเป็นลำดับต้น ๆ เลย คือ แผนการบริหารจัดการความเสี่ยง เนื่องจากธุรกิจนำเข้าและส่งออก เกี่ยวข้องกับการขนส่ง เคลื่อนย้ายสินค้าออกจากมือผู้จำหน่ายไปสู่คู่ค้า หรือลูกค้าหลายทอด โดยที่เจ้าของสินค้าและผู้รับสินค้าอาจไม่ได้เจอกันเพื่อทำการซื้อขายกันมือต่อมือ แต่ทว่าฝากให้อยู่ในความรับผิดชอบของ ผู้ขนส่ง ผู้ให้บริการโกดังสินค้า หรือผู้ให้บริการอื่น ๆ ฯลฯ

ในฐานะผู้ประกอบกิจการทั้งผู้ซื้อ-ผู้ขาย หรือผู้นำเข้า-ผู้ส่งออกสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงนี้ได้ด้วย ‘ประกันภัยขนส่งสินค้า’ เพื่อรองรับความเสี่ยงเสียหายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการดำเนินธุรกิจ แล้วเจ้าประกันตัวนี้มีความคุ้มครองที่สำคัญอย่างไรบ้าง ทาง TTIB ได้รวบรวมข้อมูลมาให้ดังนี้ครับ

ธุรกิจขนส่งต้องทำประกันอะไรบ้าง

การประกันภัยขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (Marin Cargo Insurance) คือ ประกันที่ให้ความคุ้มครองสินค้าที่ขนส่งระหว่างประเทศ โดยการขนส่งผ่านเรือเดินสมุทร เครื่องบินพาณิชย์ หรือยานพาหนะทางบก หรือทางพัสดุภัณฑ์ไปรษณีย์ โดยคุ้มครองจากความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสินค้าได้ อาทิ ความเสียหายจากการขนย้ายสินค้าขึ้นหรือลงจากยานพาหนะ อุบัติเหตุที่ส่งผลให้สินค้าได้รับความเสียหาย อาทิ เรือระเบิด รถคว่ำ เรือจม ฯลฯ ฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นการนำเข้าหรือส่งออก หรือในฐานะนายหน้าขายสินค้าก็ควรจะพิจารณาในการจัดการความเสี่ยงในการขนส่งสินค้า เพื่อป้องกันสินค้าเสียหายระหว่างขนส่ง และอาจส่งผลร้ายแรงต่อองค์กร เช่น ค่าใช้จ่ายในการผลิตหรือสั่งสินค้าที่เสียหายใหม่ การขาดทุน หรือการเลิกกิจการ ฯลฯ

ทำความเข้าใจความคุ้มครองประกันภัยขนส่งสินค้า หลัก ๆ มี 3 แบบด้วยกัน (เรียงลำดับจากความคุ้มครองที่คุ้มครองครอบคลุมจากมากที่สุดไปหาน้อยที่สุด)

  1. การรับประกันภัยสินค้าแบบ A หรือ Institute Cargo Clause A คุ้มครองความเสี่ยงภัยทุกชนิด ที่ถือเป็นความคุ้มครองต่อความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสินค้าได้จากเหตุปัจจัยต่าง ๆ  ครอบคลุมที่สุด โดยให้ความคุ้มครอง
    • ความเสียหายเนื่องจากภัยธรรมชาติ เช่น ภัยลมพายุ ฟ้าผ่า ภัยแผ่นดินไหว ภัยภูเขาไฟระเบิด ฯลฯ
    • ความเสียหายเนื่องจากการกระทำของมนุษย์ เช่น เรือเกยตื้น เรือชนกัน
    • ความเสียหายจากการกระทำโดยเจตนาของผู้อื่น เช่น ภัยจากโจรสลัด ภัยจากสินค้าถูกลักขโมย
    • ความเสียหายต่อทรัพย์สินจากสาเหตุภายนอก* เช่น การปนเปื้อนของสินค้า การบุบ การแตก หัก ฉีก ขาด เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ภายใต้การรับประกันที่คุ้มครองความเสี่ยงภัย แบบ Clause A ก็มียกเว้นภัยบางชนิดที่ไม่อยู่ในเงื่อนไข เช่นกันนะครับ อาทิ ภัยที่เกิดจากการกระทำของผู้เอาประกันภัย การรั่ว-การซึมอันเป็นปกติของสินค้า ความเสียหายที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติของตัวสินค้าเอง เป็นต้น ซึ่งจะมีการระบุไว้อยู่ในเงื่อนไขกรมธรรม์อยู่แล้วครับ หากไม่แน่ใจควรศึกษาและสอบถามรายละเอียดจากเจ้าหน้าที่ประกันภัยเพิ่มเติมครับ

      2. การรับประกันภัยสินค้าแบบ B หรือ Institute Cargo Clause B คือ ความคุ้มครองจากภัยความเสียหายเฉพาะภัยที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย* และคุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากภัยธรรมชาติ (เฉพาะที่ระบุไว้ในกรมธรรม์) เช่น ภัยลมพายุ ฟ้าผ่า ภัยแผ่นดินไหว ภัยภูเขาไฟระเบิด ฯลฯ

       3. การรับประกันภัยสินค้าแบบ C หรือ Institute Cargo Clause C คือ ความคุ้มครองจากภัยความเสียหายเฉพาะภัยที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยเท่านั้น* (*ความเสียหายบางประเภทอาจอยู่ในข้อยกเว้น)

หากยังไม่แน่ใจว่าควรทำประกันประเภทใดบ้าง สามารถเริ่มพิจารณาจากสิ่งที่มีแนวโน้มจะเป็นปัญหา และผลกระทบที่อาจตามมาที่คุณกังวลเพื่อให้ประกันภัยแนะนำแผนประกันที่ตอบโจทย์และรองรับความเสี่ยงภัยในการดำเนินธุรกิจของท่านได้อย่างครอบคลุม สามารถติดต่อได้ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยของ ทีที อินชัวรันซ์ โบรกเกอร์ นายหน้าผู้ให้บริการด้านประกันภัย ได้ที่อีเมล [email protected] หรือหมายเลขโทรศัพท์ 02-115-9410-21 ต่อ 1102 ในวันเวลาทำการ วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-17.00 น.

ที่มาข้อมูล :

-

ประกันภัยที่เกี่ยวข้อง

แชร์โพสต์นี้