สวัสดีคร้าบทุกท่าน ช่วง #นินนินชวนคุย วันนี้ จะชวนทุกท่านมาคุยกันเรื่อง ‘การเกษียณ’ นะครับ ว่าไป เดี๋ยวนี้คนเริ่มคิดเรื่องเกษียณกันไวขึ้นมากเลย เพราะสมัยนี้ คำว่า ‘เกษียณ’ ไม่ใช่เรื่องที่เราจะนึกถึงคนวัย 55 – 60 ปีขึ้นไปอีกแล้ว เดี๋ยวนี้ดูเหมือนคนอายุ 30 – 40 ปี ก็เริ่มที่จะพูดถึงเรื่องเกษียณกันแล้วนะครับ พี่ ๆ หลายท่านอาจจะเคยได้ยินเทรนด์คนทำงานวัยรุ่นแบบ F.I.R.E หรือ Financially Independence and Retire Early ที่รีบเก็บเงินตั้งแต่อายุน้อย ๆ แล้วรีบเกษียณไว ๆ เพื่อที่จะออกไปทำอย่างอื่น นอกจากการเป็นมนุษย์เงินเดือน หรือไปใช้ชีวิตนอกกรอบการทำงานออฟฟิศ เนื่องจากคนกลุ่มนี้มองว่าถ้ารอจนถึงตามเกณฑ์ เช่น อายุ 55 – 65 ปี แล้วจะไม่มีแรงทำอะไร ๆ ที่อยากทำ แบบนี้เป็นต้นนะครับ ทำให้สมัยนี้แนวคิดเรื่องการเกษียณนั้นเป็นเรื่องที่หลาย ๆ คนให้ความใส่ใจมากขึ้น ใส่ใจวางแผนเร็วขึ้น โดยไม่เกี่ยวอายุแล้วล่ะครับ

แล้วถ้าไม่เกี่ยวกับอายุ จะเกี่ยวกับอะไร? นินนินก็จะตอบว่าน่าจะเกี่ยวกับที่ความพร้อมทางสถานะมากกว่าครับ และเป็นความพร้อมในทุกด้าน ทางจิตใจ (เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต) และทางกาย (ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จะบริหารยังไง เนื่องจากเราออกจากระบบเงินเดือนแล้ว) ใจเราอาจจะอยากเกษียณไวแบบ F.I.R.E แต่พอดูกระเป๋าอีกที สภาพนี้หรือจะรออายุ 65 ปีตามวัยดีกว่า? T-T แล้วถ้าเราเกษียณตามวัย แต่เลือกแบบอยู่คนเดียว เราจะต้องดูแลตัวเองยังไง ไปอยู่บ้านพักชาวเกษียณเหมือนกันดีไหม? ต้องเก็บเงินอีกเท่าไรกันเนี่ย?
เอาล่ะครับ วันนี้ ‘นินนิน’ จะชวนมาเปิดดูเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง สำหรับการเตรียมตัวรับช่วงเวลาเกษียณของทุกท่านกันดีกว่า จะได้รู้ว่าหนทางความพร้อมเกษียณของเราตอนนี้เป็นยังไงกันบ้างแล้วนะคร้าบบบ
เมื่อไรที่เรารู้ตัวว่าพร้อมเกษียณ?
เรื่องใหญ่แบบนี้ไม่ใช่ว่าคิดปุ๊บแล้วทำได้เลยนะครับ มันก็มีข้อ checklist อยู่ว่าสถานภาพชีวิตแบบไหนที่บ่งบอกว่าเราพร้อมเกษียณได้แล้ว เขาว่ากันว่าแบบนี้ครับ คนเรารู้ตัวว่าควรเกษียณ ก็ต่อเมื่อ….
- หมดความสนใจในชีวิตการทำงานแล้ว
- งานมีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างหนัก
- หมดไฟในการทำงาน
- มีความเครียดจัดกับเทคโนโลยีต่าง ๆ ในสภาพแวดล้อมการทำงาน
- ไม่มีหนี้สินใด ๆ แล้ว
- อยากออกไปทำอย่างอื่นมากกว่างานที่ทำอยู่
ทั้งหมดนี้คือสัญญาณ (ที่เขาว่ากัน) ว่าเราอาจจะถึงเวลาที่จะเกษียณตัวเองจากวัยทำงานหรือมนุษย์เงินเดือนแล้วครับ
อย่างไรก็ตามมมม ถึงแม้ใจบอกให้เกษียณเลยบัดเดี๋ยวนี้ แต่เงินในบัญชีอาจจะบอกว่าเย็นไว้ก่อนนนน >_< เรามาดูกันดีกว่าครับว่าตอนที่จะเกษียณเนี่ย เราควรจะเตรียมอะไรกันไว้ และเตรียมสักเท่าไรดี?
มีเงินออมเท่าไรถึงเรียกว่าพร้อมเกษียณ?
ถ้าเป็นที่สหรัฐอเมริกา นินนินไปส่องมาแล้วว่าคนวัยเกษียณบ้านเขา (อายุประมาณ 60 ปีขึ้นไป) ควรจะมีเงินเก็บโดยเฉลี่ยอย่างน้อยประมาณ 141,542 USD (ประมาณ 5.3 ล้านบาท) ถึงเรียกว่าสถานะตอนนั้นพร้อมเกษียณได้ครับ
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มันก็ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ของเราด้วยว่าเราตั้งใจจะใช้ชีวิตแบบไหน เพราะเรทราคานี้ คือ แบบอยู่คนเดียวนะครับ ซึ่งแนวโน้มผู้สูงอายุแบบอยู่คนเดียวก็เพิ่มขึ้นจริง ๆ ด้วย จากสถิติของสำนักงานสถิติแห่งชาติของไทยเราเอง พบว่ามีผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียวเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 6.3 ในปี 2545 เป็นร้อยละ 10.8 ในปี 2560 เลยทีเดียว และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยครับ
ในเมืองไทยเองสมมติถ้าเราแบบว่าอยู่คนเดียวชิล ๆ + วางแผนว่าจะมีเงิน 5 ล้านบาทตอนเกษียณที่อายุ 60 ปี และคิดว่าอาจจะอยู่ถึงสักประมาณ 80 ปี โดยอาศัยอยู่ที่บ้านตัวเอง นั่นหมายความว่าเราจะมีเงินใช้เดือนละประมาณ 20,000 กว่าบาท เป็นระยะเวลา 20 ปี ซึ่งเราต้องคิดแล้วว่าในตอนนั้น เงิน 20,000 บาทต่อเดือนจะเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายทั้งหมดของเราไหม เพราะถึงแม้เราจะไม่ต้องผ่อนบ้าน ผ่อนรถ แล้วก็ตาม เงิน 20,000 บาทนี้ นอกจากจะเป็นค่าครองชีพเบื้องต้น + ใช้จ่ายส่วนตัวแล้ว ในวัยเกษียณเรายังต้องคำนึงถึงค่ารักษาพยาบาล รวมไปถึงค่าประกันสุขภาพ (ส่วนนี้ก้อนใหญ่เหมือนกันนะครับ) ค่าเดินทาง (เช่น ไปโรงพยาบาล ไปท่องเที่ยว) ค่าความบันเทิงต่าง ๆ (มันจะเกษียณแบบแห้ง ๆ ไม่รื่นเริงใจเลยก็กระไรอยู่ใช่ไหมล่ะครับ อย่างน้อยต้องมีดูซีรีย์หรือเปย์ตัวเองบ้างนิด ๆ หน่อย ๆ ล่ะ) รวมไปถึงค่าใช้จ่ายการกุศลตามวาระ (ถ้ามี) อีกด้วยครับ นี่ยังไม่นับค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง ถ้าเผื่อว่าเราอาจมีอายุยืนยาวกว่า 80 ปี นะเนี่ยยยย
ส่วนใครที่อยากเกษียณก่อนอายุ 60 ปี ก็ลองนึกกันเล่น ๆ นะครับว่าตอนนี้เราอายุเท่าไร เอาเงิน 20,000 x จำนวนเดือนที่เราจะไม่ทำงานแล้วเข้าไป แล้วดูซิว่าตอนนี้เราต้องเก็บเงินกันอีกเท่าไรกันน้า (เช่น ตอนนี้อายุ 39 ปี แล้วอยากเกษียณไวหน่อยสักตอนอายุ 40 ปี แล้วแพลนว่าจะมีชีวิตอยู่ถึง 80 ปี เท่ากับว่าเราต้องมีเงินเดือนละ 20,000 บาทใช้ไปตลอดอีก 40 ปี นั่นคือตอนอายุ 40 ปีเราต้องมีเงินเตรียมเกษียณประมาณ 10 ล้านบาทครับผมมมม)

เราหวังเงินบำนาญจากประกันสังคมดีไหม?
รัฐบาลไทยก็มีสวัสดิการสำหรับผู้ชราอยู่นะครับ ไม่ว่าจะเป็นเงินบำนาญหรือบำเหน็จชราภาพจากกองทุนประกันสังคมที่มนุษย์เงินเดือนอย่างเราโดนหักกันอยู่ทุกเดือน (กองทุนประกันสังคม คือ กองทุนที่ผู้ประกันตนที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์และไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์ที่มีรายได้ จ่ายเงินสมทบเข้ามาทุกเดือน เพื่อเป็นหลักประกันในการดำเนินชีวิต แต่จะหักได้สูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน)
นอกจากนี้ก็จะมีเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่ผู้สูงอายุครับ ซึ่งจะได้รับเงินช่วยเหลือเป็นรายเดือนต่อเนื่องไปจนกว่าจะเสียชีวิต จำนวนเงินตามขั้นบันไดแบบนี้ครับ
- อายุ 60 – 69 ปี ได้รับ 600 บาท/เดือน
- อายุ 70 – 79 ปี ได้รับ 700 บาท/เดือน
- อายุ 80 – 89 ปี ได้รับ 800 บาท/เดือน
- อายุ 90 ปีขึ้นไป ได้รับ 1,000 บาท/เดือน
คิดคร่าว ๆ มนุษย์เงินเดือนอย่างพวกเรา เมื่อเกษียณก็จะได้รับเงินบำนาญรายเดือนจากกองทุนประกันสังคมประมาณเดือนละ 3,000-7,500 บาท (ขึ้นอยู่กับเรทที่โดนหักไปตลอดระยะเวลาที่ทำงาน) บางที่อาจจะมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้ด้วย เฉลี่ยแล้วรายเดือนก็อาจจะได้เพิ่มมาอีกประมาณ 1,000 บาทนิด ๆ เมื่อรวมเงินสองก้อนเข้าด้วยกัน เท่ากับว่าเงินบำนาญเฉลี่ยรายเดือนของคนไทย จะอยู่ที่ราว 4,250 – 8,750 บาท ซึ่งยังห่างไกลจาก 20,000 บาทที่เราคุยกันข้างบนอยู่อีกไกลโพ้นเลยคร้าบบบบบบ
แล้วที่อื่นเขาได้กันเท่าไร? นินนินก็ไปส่องมาอีก ที่ญี่ปุ่น (ข้อมูลปี 2018) ชาวเกษียณตามวัยจะได้เงินบำนาญปีละประมาณ 779,300 เยน คร่าว ๆ ตกเดือนละประมาณ 22,000 บาท ก็ใกล้เคียงกับที่เราคุยกันด้านบนเนาะ
ส่วนอันนี้เป็นลิสต์รายชื่อ 10 ประเทศที่ได้รับเงินบำนาญรายเดือนหลังเกษียณสูงสุด เอามาดูกันเล่น ๆ นะครับผม (เห็นแล้วผมนี่ยิ้มอ่อนเลยคร้าบบบ แฮ่)
| ประเทศ | ประมาณการเงินหลังเกษียณรายเดือน (บาท) |
|---|---|
| เนเธอร์แลนด์ | 136,520.47 |
| ลักเซมเบิร์ก | 128,111.50 |
| เดนมาร์ก | 121,144.32 |
| ไอซ์แลนด์ | 103,010.56 |
| ออสเตรีย | 100,968.75 |
| อิตาลี | 78,439.75 |
| สเปน | 71,978.02 |
| ฝรั่งเศส | 69,360.43 |
| สวิตเซอร์แลนด์ | 67,499.21 |
| นอร์เวย์ | 64,514.65 |
ที่มา: The Momentum

งั้นถ้าเลือกจบที่บ้านพักวัยเกษียณล่ะ?
ไม่อยากวุ่นวายใด ๆ มาก อยากใช้ชีวิตสบาย ๆ หลังออกจากงานแล้ว บ้านพักวัยเกษียณก็เป็นตัวเลือกที่ดีนะครับ มีให้เลือกหลากหลายทั้งที่แบบเป็นบ้านพักทั่วไปพร้อมผู้ดูแล หรือแบบที่เป็นบ้านพักโดยการจัดการจากโรงพยาบาล ไม่ต้องจุกจิกเรื่องค่าใช้จ่ายจิปาถะ มีเพื่อน มีกิจกรรม และมีคนดูแลด้านสุขภาพเบื้องต้นไปแล้ว อาจจะเหลือเฉพาะค่าใช้จ่ายทางสุขภาพก้อนใหญ่ ๆ หรือค่าใช้จ่ายด้านความบันเทิงของเราเอง ไหนลองมาดูกันว่าเรทบ้านพักต่อเดือนมันเท่าไรกันน้า คิดคร่าว ๆ ถ้าจะอยู่สัก 20 ปี (240 เดือน) ก็เอาเรทนี้คูณกันไปเลยยยย
ป.ล. อันนี้เป็นเรทราคาเมื่อปี 2021 และไม่รวมค่าใช้จ่ายแรกเข้าของแต่ละที่ (ถ้ามี) นะครับผม
| สถานที่ | ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นต่อเดือน/บาท |
|---|---|
| บ้านบางแค | 1,500 |
| บ้านสวางคนิเวศ | 2,500 |
| บ้านเย็นจิต | 10,000 |
| โกลเด้นแคร์ เนิร์สซิ่งโฮม | 16,000 |
| แสนสิริ โฮมแคร์ | 18,000 |
| รพ. ผู้สูงอายุกล้วยน้ำไท 2 | 25,000 |
| จิน เวลบีอิ้ง โดย ธนบุรี เฮลธ์แคร์ กรุ๊ป | 40,000 |
| รพ. เปาโล เวลาสุข | 100,000 |
| รพ. กรุงเทพ | 140,000 |
ที่มา: Wongnai และ Finnomena
แฮ่ เรทราคาก็ไม่ธรรมดาเหมือนกันนะครับเนี่ยยยย เห็นอย่างนี้แล้ว นินนินว่าอย่างแรกที่เราต้องทำตอนนี้เลยคือการดูแลสุขภาพของเราเลยครับ เพราะจะได้ช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องผลกระทบด้านสุขภาพของเราไป (แต่หลาย ๆ อย่างมันก็เป็นไปตามสภาพวัยของเราจริง ๆ นะครับ อันนี้ก็พูดยาก) อีกอย่างก็คือไปทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดในฐานะมนุษย์เงินเดือน พร้อม ๆ กับวางแผนการออมเงินอย่างอื่นเพิ่มเติม ใครที่มีแนวโน้มจะเก็บเงินสดไม่ได้ ก็สามารถลองมองหาแพคเกจออมเงินแบบบังคับ เช่น ซื้อประกันชีวิต ซื้อกองทุนต่าง ๆ ลงทุนในหุ้น หรืออื่น ๆ เพื่อที่จะเป็นหลักประกันให้ตัวเราเองในอนาคตนะครับ (อย่าลืมมมมม การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดศึกษาทุกครั้งก่อนการลงทุนนะครับ) นินนินขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนคร้าบบบบบบ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าว่านินนินจะมาชวนคุยเรื่องอะไร สวัสดีคร้าบบบบบ
#เกษียณ #สวัสดิการรัฐ #กองทุน #TTIBประกันดีต่อใจ #บริการว่องไวใส่ใจคุณ