เชื่อว่ายังมีหลายคน โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งเข้าสู่ระบบผู้ประกันตนใหม่ ๆ สงสัยว่า เป็นมะเร็งเบิกประกันสังคมได้ไหม คำตอบคือได้ครับ เพราะทางสำนักงานประกันสังคม (สปส.) มุ่งมั่นให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์ทางการแพทย์ และสิทธิในการรักษาทุกโรค เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย และช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นฟูตัวได้เร็วที่สุด บทความนี้ “นินนิน” ก็จะมาอธิบายให้เพิ่มเติมครับว่า สิทธิประกันสังคมครอบคลุมมะเร็งชนิดไหนบ้าง และเบิกได้สูงสุดกี่บาท

ประกันสังคมครอบคลุมโรคมะเร็งทั้งหมดกี่ชนิด
ปัจจุบันสิทธิประกันสังคมครอบคลุมการรักษาโรคมะเร็ง ทั้งหมด 21 ชนิดด้วยกันครับ ได้แก่
- โรคมะเร็งเต้านม
- โรคมะเร็งปากมดลูก
- โรคมะเร็งรังไข่
- โรคมะเร็งมดลูก
- โรคมะเร็งศีรษะและลำคอ
- โรคมะเร็งปอด
- โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง ทวารหนัก และไส้ติ่ง
- โรคมะเร็งหลอดอาหาร
- โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร
- โรคมะเร็งตับ ท่อน้ำดี และมะเร็งตับอ่อน
- โรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ และมะเร็งไต
- โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก
- โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันแบบลิมฟอยด์ในผู้ใหญ่ (Acute Lymphoblastic Leukemia – ALL)
- โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันแบบมัยอิลอยด์ในผู้ใหญ่ (Acute Myeloid Leukemia – AML)
- โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันในผู้ใหญ่
- โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรังชนิดมัยอิลอยด์ในผู้ใหญ่ (Chronic Myeloid Leukemia – CML)
- โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในผู้ใหญ่
- โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวมัยอิโลมา (Multiple Myeloma) และภาวะโรค Myelodysplastic Syndrome
- โรคมะเร็งกระดูกชนิด Osteosarcoma ในผู้ใหญ่
- โรคมะเร็งเนื้อเยื่ออ่อน
- โรคมะเร็งเด็ก
ทั้งนี้ ประกันสังคมอาจไม่ได้ครอบคลุมค่าใช้จ่าย “ทั้งหมด” เนื่องจากโรคมะเร็งเป็นโรคที่ซับซ้อน ค่าใช้จ่ายบางกลุ่ม เช่น ยาเฉพาะทาง ก็จะอยู่ในจำนวนที่สูงมาก ๆ ตัวอย่างเช่น มะเร็งตับและท่อน้ำดีที่คนไทยเป็นเยอะมากที่สุด ก็ต้องสำรองค่าใช้จ่ายไว้อย่างน้อย 100,000 บาท นอกเหนือจากความคุ้มครองประกันสังคม และอาจสูงถึงหลักล้านบาท

เป็นมะเร็งสามารถเบิกประกันสังคมได้เท่าไร
ผู้ป่วยโรคมะเร็งสามารถเข้ารับการรักษา โดยไม่จำกัดค่าใช้จ่ายและจำนวนครั้งในการเข้ารับการรักษา และเป็นการรักษาตามแนวทางที่แพทย์ของโรงพยาบาลประกันสังคมเป็นผู้กำหนด แต่ในกรณีที่ไม่สามารถรักษาได้ตามแนวทางที่กำหนด (Protocol) และจำเป็นต้องรักษาด้วยยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติ ผู้ประกันสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริง ไม่เกินคนละ 50,000 บาทต่อปี
ใครบ้างที่สามารถใช้สิทธิประกันสังคมรักษามะเร็ง
ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และ 39 ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งใน 21 รายชื่อข้างต้นครับ
สถานพยาบาลที่สามารถใช้สิทธิประกันสังคมรักษามะเร็ง
ผู้ประกันตนสามารถเข้ารับการรักษาได้ที่สถานพยาบาลตามสิทธิประกันสังคม และโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ “SSO Cancer Care”
โครงการ SSO Cancer Care คืออะไร
SSO Cancer Care เป็นโครงการที่ สปส. จัดทำขึ้นเพื่อให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งมีทางเลือกในการรักษากับสถานพยาบาลที่มีศักยภาพสูง และเข้าถึงการรักษาได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้นครับ นอกจากนี้ ยังเพิ่มการเข้าถึงยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) ซึ่งเป็นยาที่ใช้ในการรักษาโรคมะเร็งอย่างตรงจุดให้กับผู้ประกันตนด้วยครับ
ซึ่งปัจจุบันมีสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ SSO Cancer Care ทั้งหมด 91 แห่ง สามารถเช็กรายชื่อได้ที่เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม หรือสอบถามผ่านสายด่วน 1506 ได้เลยครับ

ขั้นตอนการใช้สิทธิประกันสังคมรักษามะเร็ง
- ยื่นบัตรประชาชนเพื่อทำการยืนยันสิทธิประกันสังคม
- เข้ารับการตรวจวินิจฉัย จากโรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคม
- หากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็ง และต้องการจะเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาล SSO Cancer Care ตามสิทธิ หรือต้องการส่งต่อสถานพยาบาลระดับสูง ให้แจ้งแพทย์ผู้ทำการรักษา เพื่อส่งตัวต่อไป
- โรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคม ส่งตัวผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาล SSO Cancer Care
โดยสถานพยาบาลจะไม่เรียกเก็บค่ารักษาจากผู้ประกันตน เว้นแต่ค่าใช้จ่ายที่นอกเหนือจากสิทธิประกันสังคมครับ
สรุป
แม้ว่าจะประกันสังคมจะเป็นสิทธิเข้าถึงการรักษาแบบพื้นฐานของผู้เสียภาษี ช่วยอำนวยความสะดวก และแบ่งเบาค่าใช้จ่ายให้ผู้ประกันตนได้ส่วนหนึ่ง แต่นินนินยังแนะนำให้ทุกคนเลือกทำประกันมะเร็ง เอาไว้เป็นอีกหนึ่งตัวช่วย เพราะเรายังต้องสำรองเงินไว้อีกส่วนหนึ่งนอกเหนือไปจากสิทธิประกันสังคม เพราะยังมีค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถเบิกสิทธิประกันสังคมได้อีกด้วย เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะครอบคลุมค่ารักษานอกเหนือจากการรักษาแบบ Protocol เพื่อลดความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่ายที่อาจจะสูงจนเราไม่อาจคาดเดา โดยเฉพาะโรคมะเร็งที่มีความซับซ้อนและละเอียดอ่อน อาทิ มะเร็งสมอง มะเร็งผิวหนัง ซึ่งปัจจุบันก็มีให้เลือกทั้งแผนเจอจ่ายจบ และแบบมีค่ารักษาพยาบาล ให้เราได้พิจารณาวางแผนให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเราครับ
โรคมะเร็งเป็นโรคร้ายที่นอกจากเราจะต้องลดปัจจัยเสี่ยงภายนอกต่าง ๆ แล้ว ยังไม่ควรมองข้ามการวางแผนสุขภาพในระยะยาวเพื่อเสริมเกราะทางการเงิน นอกจากการดูแลสุขภาพตัวเองให้แข็งแรงแล้ว การทำประกันมะเร็งก็เป็นอีกเกราะป้องกันสำคัญ ที่จะช่วยให้คุณอุ่นใจ แลเบาความกังวลในส่วนของเงินสำรองนยามเจ็บป่วยครับ

รายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องความคุ้มครองหรือเงื่อนไขการทำประกันมะเร็ง TTIB Cancer Care Shield สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยของ TT Insurance Broker ได้ที่ช่องทางการติดต่อ
- Facebook page: TT Insurance Broker
- Line official: @TTIB
- หมายเลขโทรศัพท์: 02-248-4848 วันจันทร์-ศุกร์ (เวลาทำการ 08.30 – 17.00 น.)