ภาษาไทย

/

เคลมประกันเยอะ ปีหน้าควรเปลี่ยนประกันไหม

ปีนี้เคลมเต็มคาราเบล ปีหน้าเปลี่ยนประกันดีไหม?

สำหรับคนที่มีรถยนต์ ใคร ๆ ก็ไม่อยากให้เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยว ชน ให้เกิดความเสียหายต่อรถของตนเองกันอยู่แล้วใช่ไหมล่ะครับ แต่หลาย ๆ ครั้งเราก็ไม่สามารถเลี่ยงได้จริง ๆ เพราะว่าทัศนวิสัยหรือเส้นทางที่ไม่คุ้นชิน รวมไปถึงเพื่อนร่วมทางที่ก็อาจะเป็นปัจจัยให้เราต้องเกิดเหตุไม่ประสงค์ได้ สำหรับรถที่ไม่มีประกันก็อาจจะต้องเจ็บกับค่าซ่อมสักหน่อย โดยเฉพาะเมื่อเป็นฝ่ายผิด เพราะว่าการซ่อมบำรุงทั้งต่อรถของตนเองและรถคู่กรณีจะต้องควักเงินในกระเป๋าออกมาสำหรับค่าซ่อมไปเต็ม ๆ (ไม่นับรวมเคสที่เจอคู่กรณีใจดี แผลไม่ใหญ่อะไรมากนะครับ อาจจะโชคดีไม่ต้องดูแลค่าใช้จ่ายให้เขา) สำหรับท่านที่มีประกันก็คงจะพอหายห่วงกันได้บ้าง เพราะว่าจะมีความคุ้มครองจากบริษัทประกันเข้ามารองรับความเสี่ยงได้ตามความคุ้มครองและทุนประกันที่ตกลงทำกันเอาไว้ตั้งแต่ต้น เช่น ประกันชั้น 1 ครอบคลุมครบทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็นรถมีอุบัติเหตุกับรถหรือยานพาหนะทางบกต่าง ๆ หรือเฉี่ยวชนสิ่งของรอบตัว ฟุตบาท รั้ว กระถาง ก็สามารถเคลมได้ ไม่ต้องกังวล สำหรับสาระน่ารู้วันนี้ ‘นินนิน’ มาร่วมหาคำตอบกับทุกคนครับว่า หากเรามีเคลมค่อนข้างจะเยอะสักหน่อย ปีหน้าเราควรจะเปลี่ยนบริษัทประกันไหม?

เราต่างทราบกันดีว่า หากเคลมประกันเต็มคาราเบลเต็มทุนประกัน หรือ เกินทุนประกัน ในปีเอาประกันนั้นมีความเสี่ยงอย่างยิ่งที่บริษัทประกันจะปรับค่าเบี้ยประกันพุ่งสูงขึ้นในปีถัดมา หรือในกรณีร้ายแรงก็คือบริษัทสามารถยกเลิกประกันของคุณได้เลยแม้จะยังไม่ครบปีประกัน แต่ก็จะมีการแจ้งล่วงหน้าและเป็นไปตามสัญญาที่ตกลงทำตั้งแต่ต้นครับ อย่างไรก็ตาม หากเรารู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการยกเลิกประกัน หรือการบริการของบริษัทประกัน นอกจากติดต่อสอบถามโดยตรงกับบริษัทประกันภัยที่เราทำแล้ว สามารถร้องเรียนไปยัง คปภ. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย) และ สคบ. (สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค) เพื่อให้ตรวจสอบการยกเลิกต่าง ๆ ได้อีกด้วยครับ ซึ่งนี่เป็นกรณีที่ประกันยกเลิกเราครับ ในส่วนของเราในฐานะผู้บริโภคละครับ จะเตรียมรับมือกับการต่อประกันในปีถัดมาอย่างไรดี ถ้าเกิดปีปัจจุบันเคลมไปซะเยอะเลย

1.ไม่ต้องรีบร้อน เร่งเปลี่ยนประกันก่อนครบสัญญา หากเราเคลมไปเยอะก็จริง แต่การรับบริการโดยรวมจาก

บริษัทประกัน/โบรคเกอร์มีความสะดวก พนักงานให้บริการดี ไม่มีปัญหาอะไร เราอาจรอให้ครบสัญญาและทางบริษัทเสนอราคาประกันปีถัดมาก็ไม่เสียหายครับ เพราะว่าเบี้ยประกันภัยอาจจะไม่ได้แพงอย่างที่คิดเอาไว้ หรือทางบริษัทและเจ้าหน้าที่ที่ดูแลอาจจะมีข้อเสนอต่าง ๆ ให้กับเราก็ได้ เช่น การเปลี่ยนประเภทประกันภัย จากชั้น 1 ลงมาเป็นชั้น 2+ ที่เบี้ยประกันภัยถูกลงมากว่าเดิมแทนการจ่ายเบี้ยประกันที่มีการปรับสูงขึ้น โดยปกติแล้วบริษัทประกันภัยหรือนายหน้าที่ดูแลเราจะมีการติดต่อมาล่วงหน้าก่อนหมดอายุประกันอยู่แล้วครับ ไม่ต้องรีบเปลี่ยนหรือยกเลิกเจ้าเดิมไปก่อน และหากไม่ได้รับการเสนอแผนประกันที่ตรงใจจริง ๆ ค่อยวางแผนเปลี่ยนประกันก็ยังพอมีเวลา

2.เปลี่ยนบริษัทประกัน รับโปรใหม่ หากมีการประเมินเบี้ยประกันภัยแล้วสูงขึ้นจากเดิมเยอะ และเราไม่แฮปปี้กับ

ราคาหรือความคุ้มครองที่เปลี่ยนไป มองหาประกันเจ้าใหม่ก็เป็นไอเดียที่ดีครับ เพราะว่าเราอาจจะค้นพบประกันที่ราคาดีกว่าเดิม  หรือมีโปรโมชั่นสมนาคุณต่าง ๆ เพราะว่าเดี๋ยวนี้บริษัทประกันภัยก็แข่งขันกันทำโปรดี ๆ ออกมาดึงดูดใจลูกค้า กันเรื่อย ๆ เลยครับ ไม่ว่าจะเป็นของแถม ส่วนลด การผ่อนชำระ หากตัดสินใจแล้วว่าจะเปลี่ยนบริษัทประกันก็อย่าลืมเช็คว่าเค้ามีโปรโมชั่นอะไรให้กับเราบ้าง แต่ถ้าหากว่าคุณไม่มีเวลาไปเปรียบเทียบหาประกันหลาย ๆ เจ้าด้วยตนเอง แนะนำให้เลือกใช้บริการจากโบรคเกอร์ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน TT Insurance Broker เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการด้านประกันรถยนต์ที่มีเจ้าประกันให้ลูกค้าเลือกมากมายครับ และเราก็มีราคาพิเศษ ๆ และโปรโมชั่นหมุนเวียนกันมาให้ลูกค้าเสมอครับ สนใจปรึกษา/เปลี่ยนประกัน/ต่อประกัน ปรึกษาเราได้เลยโดยไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงใด ๆ เลยครับ คลิกเพื่อทักหาแอดมิน

3.เปลี่ยนให้ดี เปลี่ยนให้ไว อย่าให้ประกันขาด เมื่อตัดสินใจจะเปลี่ยนประกันแน่วแน่แล้วละก็ห้ามลืมวันหมดอายุ

ประกัน และต่อประกันให้ทันเวลาครับ หากประกันขาดหลังจากวันที่ประกันเดิมหมดอายุแล้วหมายความว่าความเสี่ยงในการใช้รถใช้ถนนที่เกิดขึ้นจากนี้อาจจะต้องดูแลค่าใช้จ่ายของคุณและคู่กรณีด้วยตนเอง และบางท่านหาก พ.ร.บ.หมดพร้อม ๆ กันเลยก็จะยิ่งน่ากังวลครับ ฉะนั้นต้องไม่ลืมเปลี่ยน/ต่อประกันให้ได้รับความคุ้มครองอย่างต่อเนื่องครับ อย่างไรก็ตามการต่ออายุประกันรถยนต์เดี๋ยวนี้ดำเนินการรวดเร็วว่องไว เพียงแจ้งความประสงค์ในการทำประกัน รายละเอียดรถต่าง ๆ ให้กับเจ้าหน้าที่ก็จะได้รับการเสนอราคาเบี้ยประกันและแผนที่น่าสนใจกลับมาแล้วละครับ บริการแนะนำแผนประกันรถยนต์จาก TTIB ขอยืนยันตรงนี้นะครับว่า มีประกันรถไว้อุ่นใจกว่าแน่นอน เพราะเหตุไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอครับ

โดยสรุปแล้วก็คือ หากเบี้ยประกันแพงขึ้นจริงและคุณไม่แฮปปี้กับการให้บริการของเจ้าเดิม การเปลี่ยนประกันถือเป็นการตัดสินใจที่น่าสนใจที่สุดครับ แต่ถ้าเบี้ยแพงขึ้นไม่มากและคุณมีประสบการณ์ที่ดีกับเจ้าเดิม อาจลองเปรียบเทียบกับเจ้าอื่นดูก่อนตัดสินใจ เพราะว่าการเปลี่ยนประกันไปเจ้าใหม่ก็ไม่มีอะไรมาการันตีว่าจะได้รับการบริการที่ดีขึ้นหรือแย่ลงครับ และขอทิ้งท้ายสำหรับใครที่กำลังคิดเรื่องการต่อประกันรถยนต์ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยรถยนต์ของ TT Insurance Broker ได้ที่ช่องทางการติดต่อ Facebook page: TT Insurance Broker, Line official @ttib, www.ttib.co.th หรือ หมายเลขโทรศัพท์ 02-248-4848 วันจันทร์-ศุกร์ในเวลาทำการ 08.30-17.00 น.

ที่มาข้อมูล :

-

ประกันภัยที่เกี่ยวข้อง

แชร์โพสต์นี้

Popular Tags