โรคโควิด-19 เป็นโรคที่ระบาดได้ง่ายและรวดเร็วมาก เชื้อสามารถอาศัยอยู่บนพื้นผิววัสดุได้นานถึง 9 วันเลยนะ และก็คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า แอลกอฮอล์ 75% สามารถฆ่าเชื้อไวรัสเหล่านี้ได้ และแอลกฮอล์ยังเป็นตัวช่วยสำคัญในการทำความสะอาดทั้งฝ่ามือและอุปกรณ์ต่าง ๆ ซึ่งผู้ใช้รถเองต่างก็มองหาแอลกอฮอล์มาเช็ดทำความสะอาดรถเพื่อความสะดวกรวดเร็ว แต่หลาย ๆ คนก็มีความกังวลว่าการใช้แอลกอฮอล์ทำความสะอาดชิ้นส่วนรถ นอกจากจะฆ่าเชื้อโรคแล้ว จะส่งผลต่อความเสียหายของชิ้นส่วนรถหรือไม่ วันนี้จะมาไขข้อสงสัย โดยน้องนินนินได้รวบรวมข้อมูลมาให้พี่ๆได้อ่านแล้ว
เบื้องต้นเรามาทำความรู้จักกับแอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาดที่ปลอดภัยใช้สำหรับผิวกายเราได้มีทั้งหมด 2 ประเภทคือ
1. Ethyl Alcohol หรือ เอทานอล
2. Isopropyl Alcohol หรือ IPA
ทั้งสองตัวจะมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรค ชะล้างคราบมัน การระเหยที่รวดเร็วไม่ทิ้งคราบไขมัน จึงเหมาะสำหรับการทำความสะอาดพื้นผิวต่าง ๆ และทำความอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
แต่! Ethyl Alcohol นั้นจะสร้างความระคายเคืองแก่ผิวที่น้อยกว่า IPA จึงขอโฟกัสไปที่ Ethyl Alcohol ที่สามารถหาซื้อได้ทั่ว ๆ ไป และ Ethyl Alcohol สามารถล้างคราบไขมันแต่ไม่ส่งผลต่อการทำลายสีหรือมีผลต่อวัสดุจึงสามารถนำ Ethyl Alcohol ในการทำความสะอาดชิ้นส่วนหรือพื้นผิวรถได้
ในกรณีที่เป็นวัสดุหนัง หรือวัสดุที่เคลือบแว็กซ์ เช่น พวงมาลัยหุ้มหนัง, หัวเกียร์, เบรกมือ, เบาะหนัง, แผงคอนโซลหุ้มหนัง, แผงข้าง จะต้องระมัดระวังการใช้แอลกอฮอล์ทำความสะอาดเป็นอย่างสูง เพราะสามารถชะล้างไขมันที่เคลือบผิวออกไปด้วยทำให้วัสดุแห้ง หรือสีซีดได้ ในกรณีนี้ควรใช้น้ำผสมสบู่ธรรมดาจะเหมาะต่อผิววัสดุมากกว่าส่วนวัสดุที่ทำจากยูรีเทน สามารถใช้ได้ทั้งแอลกอฮอล์หรือน้ำสบู่
สิ่งสำคัญที่สุด คือ ห้ามนำแอลกอฮอล์ทิ้งไว้ในรถ ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดอันตรายได้หากทำหกเลอะเทอะหรืออยู่ในรถที่จอดกลางแจ้ง
วิธีใช้แอลกอฮอล์เช็ดวัสดุในรถ
1.ฉีดหรือชุบแอลกอฮอล์ลงในผ้าไมโครไฟเบอร์
2.เช็ดไปตามอุปกรณ์ที่สัมผัสตัวรถอยู่บ่อย ๆ

สาเหตุที่ไม่ควรฉีดแอลกอฮอล์ลงไปบนวัสดุโดยตรงเพราะนอกจากจะไม่ทั่วถึงทุกซอกทุกมุมแล้วยังเป็นการทำให้อุปกรณ์เสียหายหากมีน้ำไปขังเป็นปริมาณมากด้วย
สุดท้ายนี้ เพื่อความอุ่นใจในการขจัดไวรัสโควิด-19 ออกจากภายในรถ น้องนินนินแนะนำให้หมั่นล้างมือหรือใช้เจลล้างมือในการทำความสะอาดฝ่ามือทุกครั้งก่อนขึ้นรถ, ซักล้างพรมปูพื้น, เปิดหน้าต่างรถชั่วคราวเพื่อฆ่าเชื้อ (ไม่ควรเปิดหน้าต่างกลางที่สาธารณะโดยไม่มีใครอยู่ในรถ) หรือหากมีเวลาก็อย่าลืมพาไปล้างทำความสะอาดรถที่ศูนย์บริการ ซึ่งในเวลานี้ศูนย์บริการรถยนต์ก็ได้จัดเตรียมบริการโปรแกรมทำความสะอาดฆ่าเชื้อไวรัสในรถแบบครบครันแล้วด้วย