ภาษาไทย

/

รถโดนน้ำท่วม ทำยังไง ควรเช็กเครื่องยนต์ชิ้นใดอันดับแรก

น้ำท่วมรถ ทำยังไง? รวมวิธีดูแลรถยนต์หลังน้ำท่วมที่คุณต้องรู้

อุทกภัย หรือสภาวะน้ำท่วม หนึ่งในภัยพิบัติที่สร้างความเสียหายมหาศาลให้กับบ้านเรือน ชีวิต และทรัพย์สิน ซึ่งเมื่อเกิดน้ำท่วมในหลาย ๆ พื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ราบต่ำ ที่ราบลุ่มบริเวณใกล้ต้นน้ำ พื้นที่ที่น้ำท่วมสูง น้ำขังสะสม ส่งผลให้ยานพาหนะจำนวนมากได้รับความเสียหายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรถที่ถูกน้ำท่วม อาจจะใช้ระยะเวลาซ่อมนานกว่า เพราะยิ่งจมนานและระดับน้ำสูงเท่าไร เครื่องยนต์และระบบไฟฟ้าต่าง ๆ ก็เกิดความเสียหายมากขึ้นตามไปด้วย 

ใครที่รถโดนน้ำท่วมและไม่รู้จะทำยังไงดี “นินนิน” จะมาแชร์จุดที่คุณตรวจเช็กทันทีหลังรถน้ำท่วม พร้อมวิธีการดูแลรถยนต์ให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้งกันครับ

หลังจากรถโดนน้ำท่วม มี 7 จุดสำคัญที่เจ้าของรถยนต์ควรรีบตรวจสอบโดยทันที ดังนี้

7 จุดที่ต้องตรวจสอบทันทีหลังรถถูกน้ำท่วม

หากน้ำมันเครื่องมีสีขาวขุ่น แสดงว่ามีน้ำเข้าไปในน้ำมันเครื่อง ห้ามสตาร์ตรถทุกกรณี ควรรีบให้ช่างเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและไส้กรองใหม่ทั้งหมด รวมถึงควรตรวจเช็กน้ำมันเบรก น้ำมันเกียร์ หรือของเหลวอื่น ๆ ในรถยนต์ด้วยว่ามีน้ำรั่วซึมเข้าไปหรือไม่ เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาที่อาจเกิดจากการปนเปื้อนทางน้ำ

รถโดนน้ำท่วม ห้ามสตาร์ตรถเด็ดขาด ควรให้ช่างตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในรถยนต์

สามารถเช็กเบื้องต้นได้ด้วยการเปิดฝากระโปรงรถยนต์ โดยตรวจสอบปลั๊กไฟ, ขั้วต่อสายไฟ, ฟิวส์ และกล่องควบคุม (ECU) ว่ามีสนิม คราบโคลน หรือความชื้นอยู่หรือไม่ แต่ไม่ควรถอดขั้วแบตเตอรี่ด้วยตัวเอง เพราะอาจถูกไฟฟ้าดูดได้

รถโดนน้ำท่วมและไส้กรองอากาศเปียกชื้น ห้ามสตาร์ตรถยนต์เด็ดขาด

หากไส้กรองอากาศรถยนต์เปียกน้ำ หมายความว่ามีน้ำเข้าไปในระบบรถยนต์แล้ว ดังนั้น ห้ามสตาร์ตรถยนต์เด็ดขาด เพราะจะทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้ แนะนำต้องเปลี่ยนไส้กรองอากาศใหม่ทันที

ลูกปืนล้อเป็นเครื่องยนต์ที่อาจเสียหายหนักถ้ารถถูกน้ำท่วม

ลูกปืนล้อเป็นอุปกรณ์ที่เดาไว้ได้เลยครับว่าเสียหายแน่ ๆ เพราะถ้าแช่น้ำเป็นเวลานาน น้ำจะล้างจาระบีหล่อลื่นที่เคลือบอยู่ออกไป ทำให้ลูกปืนล้อเสื่อมสภาพและสึกหรอเร็วขึ้น โดยอาการที่สามารถสังเกตได้คือ มีเสียงดังหึ่ง ๆ ตอนเร่งความเร็ว หากปล่อยทิ้งไว้จะทำให้รถเสียการทรงตัวและเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

หากรถโดนน้ำท่วม ยางหุ้มเพลาอาจเสียหายได้

หากรถโดนน้ำท่วมและยางหุ้มเพลาเสียหาย น้ำจะเข้าไปชำระล้างจาระบีในเพลาขับ ซึ่งจะทำให้ตัวเพลาขับทำงานผิดปกติและส่งเสียงดังออกมา ควรให้ช่างทาจาระบีใหม่หรือเปลี่ยนใหม่ยกชุด ทั้งตัวเพลาขับและยางหุ้มเพลา

ถ้ารถโดนน้ำท่วม อาจมีน้ำเข้าไปในท่อหายใจของเฟืองท้ายได้

หากขับรถลุยน้ำสูงหรือจมน้ำมา เฟืองท้ายอาจดูดน้ำเข้าไปในทางท่อหายใจได้ ซึ่งจะทำให้น้ำมันเฟืองท้ายเปลี่ยนเป็นสีขาวขุ่น (คล้ายกับกรณีน้ำมันเครื่อง) และจะส่งเสียงหอนขณะขับ ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมัน พร้อมทำความสะอาดเฟืองท้ายทันที และถ้ายางหุ้มฉีกขาดจะต้องเปลี่ยนยางใหม่เช่นกันครับ

ระบบเบรกเป็นเครื่องยนต์ที่อันตรายหากรถถูกน้ำท่วม

ควรตรวจเช็กทั้งผ้าเบรก จานเบรก และน้ำมันเบรกว่ามีน้ำเข้าไปหรือเปล่า ถ้าเบรกมีเสียงดัง เบรกเริ่มลื่น ประสิทธิภาพของเบรกลดลง หรือน้ำมันเบรกเป็นสีเข้มแทนที่จะเป็นสีใส ๆ แสดงว่ามีน้ำเข้าไปในระบบเบรก ควรให้ช่างแก้ไข หรือนำความชื้นออกจากระบบเบรกทันที ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดสนิมที่ระบบเบรก และให้ระบบเบรกสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเองครับ

หากน้ำท่วมแค่พื้นรถหรือระดับน้ำที่ท่วมไม่ได้สูงมาก และรถใช้งานได้ตามปกติก็สามารถทำความสะอาดรถได้เลย แต่สำหรับใครที่อาศัยในพื้นที่ที่น้ำท่วมสูง มีวิธีดูแลรักษารถถูกน้ำท่วม ดังนี้

สิ่งที่ห้ามทำเป็นอันดับแรกหลังรถโดนน้ำท่วมคือ ห้ามสตาร์ตรถโดยเด็ดขาด เพราะน้ำและความชื้นอาจเข้าไปในระบบไฟฟ้าหรือเครื่องยนต์ต่าง ๆ อาจทำให้ไฟฟ้าลัดวงจร และเกิดความเสียหายร้ายแรงได้ หลังน้ำท่วม แนะนำว่าควรปล่อยรถยนต์ไว้ให้แห้งสนิทก่อน แล้วค่อยตรวจสอบเครื่องยนต์ชิ้นส่วนต่าง ๆ ตามลิสต์ข้างต้นครับ

ติดต่อบริษัทประกันภัยรถยนต์ที่ทำประกันไว้ให้เร็วที่สุด เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบความเสียหาย และเคลมประกันกรณีรถน้ำท่วม อย่าลืมตรวจสอบกรมธรรม์ประกันรถยนต์ของตนเองด้วยว่ามีความคุ้มครองที่ครอบคลุมเรื่องภัยธรรมชาติหรือไม่คุ้มครองอะไรบ้าง

ในกรณีที่เครื่องยนต์เสียหายหนักและไม่สามารถสตาร์ตรถได้ ควรติดต่อบริการรถลากหรือขนย้ายรถยนต์ ให้เคลื่อนที่รถไปยังอู่หรือศูนย์ซ่อม เพื่อให้ช่างตรวจเช็กและซ่อมแซมเครื่องยนต์ที่เสียหายต่อไปครับ

เมื่อรถยนต์จมน้ำนาน ๆ จะมีคราบสกปรกและกลิ่นไม่พึงประสงค์ ควรทำความสะอาด ขัด ถูให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้คราบฝังลึกตามจุดต่าง ๆ และป้องกันการเกิดเชื้อรา เช่น เบาะที่นั่ง ระบบปรับอากาศ หรือยางรถยนต์ ถอดออกมาซักล้างและตากให้แห้งสนิท

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับผู้ใช้รถทุกท่านไว้เป็นข้อมูลนะครับ และขอส่งกำลังใจและเอาใจช่วยทุกคนที่ประสบภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ผ่านมา ใครที่ทำประกันรถยนต์ที่คุ้มครองในกรณีน้ำท่วม ก็อย่าลืมเตรียมเอกสารและหลักฐาน เพื่อยื่นเคลมประกันกับบริษัทหรือตัวแทนประกันภัยกันด้วยนะครับ

สำหรับใครที่กำลังมองหาประกันรถยนต์ ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ หรือต้องการดูที่มีความคุ้มครองเรื่องภัยธรรมชาติ ที่ TTIB ก็มีแพ็คเกจประกันภัยรถยนต์ให้คุณเลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรถออกใหม่ป้ายแดง หรือรถมือสอง สามารถติดต่อสอบถาม ปรึกษาฟรีได้ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยรถยนต์ของ TT Insurance Broker ได้ที่ช่องทางการติดต่อ

  • Facebook page: TT Insurance Broker
  •  Line official: @TTIB
  • หมายเลขโทรศัพท์: 02-248-4848 วันจันทร์-ศุกร์ (เวลาทำการ 08.30 – 17.00 น.)

ที่มาข้อมูล :

-

ประกันภัยที่เกี่ยวข้อง

แชร์โพสต์นี้

Popular Tags