ทุกวันนี้เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่ารถจักรยานยนต์ (มอเตอร์ไซค์) นั้นเป็นพาหนะที่กลายมาส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันคนไทยส่วนใหญ่ไม่ว่าจะอาศัยอยู่ที่ไหนก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองหลวงอย่างกรุงเทพ ฯ เอง เพราะด้วยการจราจรที่ติดขัด พี่วินคือทางเลือกที่ช่วยชีวิตหลาย ๆ คนให้ทันเข้าประชุมหรือทันเที่ยวบินมานักต่อนักแล้ว
มอเตอร์ไซค์มีบทบาทสำคัญในชีวิตเราขนาดนี้ แน่นอนว่าเลี่ยงไม่ได้เช่นกันที่จะทำให้เกิดความเสี่ยงทางการจราจรมีมากตามไปด้วย เพราะรูปแบบของตัวรถเองส่วนหนึ่ง และลักษณะการใช้งานที่ต้องใช้ความทรงตัวบนเครื่องแบบ 2 ล้อ น้ำหนักของเครื่องยนต์ที่ผู้ขับขี่ต้องประคอง รวมทั้งรูปแบบการขับขี่ เมื่อมีปัจจัยอื่น ๆ มากระทบ เช่น ฝนตกถนนลื่น มีสิ่งตัดหน้ารถกะทันหัน ฯลฯ ก็อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้โดยง่ายครับ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นมักเป็นปัจจัยภายนอกที่เราควบคุมไม่ได้ แต่เราสามารถบรรเทาความรุนแรงของความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ ด้วยการทำประกันภัยนะครับผม และอย่างที่รู้กันว่าประกันภัยรถนั้นมีแบบภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. และภาคสมัครใจ ที่เราทำกับบริษัทประกันทั่วไปตามแต่ละประเภท ซึ่งวันนี้ “นินนิน” จะชวนมาส่องประกัน พ.ร.บ. รถมอเตอร์ไซค์ ฉบับอัปเดต 2567 กันนะครับ เพราะว่าเจ้าประกันตัวนี้คือข้อบังคับทางกฎหมาย ถ้าไม่มี พ.ร.บ. = ทำผิดกฎหมาย และทำให้ต่อภาษีรถไม่ได้ด้วยนะ!
“มีรถ ต้องมี พ.ร.บ. และต้องต่อภาษี”
บทความที่เกี่ยวข้อง ร้ายแรงกว่าที่คิด มีรถใช้ แต่ไม่ต่อภาษี จะโดนอะไรบ้าง!?
ก่อนไปส่อง พ.ร.บ. ภาคบังคับ นินนินขอโฆษณาประกันรถมอเตอร์ไซค์ภาคสมัครใจ โปรโมชั่นใหม่ล่าสุดของ TTIB หน่อยนะคร้าบบบ นั่นก็คือ แผนประกัน “มอไซค์ใจสู้” นั่นเองครับผม
บทความที่เกี่ยวข้อง “มอไซค์ใจสู้” แผนประกันรถมอเตอร์ไซค์ที่จริงใจ ประเภท 2+ รายปี

ประกันภัย “มอไซค์ใจสู้” เป็นแผนความคุ้มครองรถจักรยานยนต์ประเภท 2+ แบบรายปีสำหรับการใช้งานส่วนบุคคล ที่ถูกออกแบบมาเพื่อคุ้มครองเพิ่มเติมจากประกันภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. มีขึ้นเพื่อคุ้มครองความเสียหายกรณีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการใช้รถจักยานยนต์ ตามรายละเอียดและทุนประกันที่ตกลงกับบริษัทประกัน อีกทั้งร่วมรณรงค์จิตสำนึกของการ “ขับขี่ปลอดภัย สวมหมวกนิรภัย 100%” อีกด้วย และจำกันให้ขึ้นใจกันเลยนะครับว่า “มีรถ ต้องมี พ.ร.บ. และต้องต่อภาษี” เพราะ พ.ร.บ. คือประกันภัยภาคบังคับ ที่มีไว้บริหารความเสี่ยงภัยด้านชีวิต ร่างกาย อนามัย แต่ไม่รวมความเสียหายต่อทรัพย์สิน (ความหมายก็คือ ซ่อมคน ไม่ซ่อมรถ นั่นเอง) ส่วนเรื่องการเสียภาษีเป็นข้อกฎหมาย ซึ่งเราในฐานะเป็นผู้ใช้รถใช้ถนนก็ต้องปฏิบัติตามให้ถูกต้องตามกฎและข้อบังคับทางการจราจรแต่หากต้องการซ่อมรถ หรืออาจจะมีค่าความเสียหายอื่น ๆ ของบุคคลภายนอก ที่เกิดจากอุบัติเหตุของเรา (เช่น เสาไฟฟ้าของทางหลวง รั้วบ้านของคนอื่น รถยนต์หรือทรัพย์สินของคนอื่น ฯลฯ) ต้องมีประกันภัยภาคสมัครใจติดไว้ด้วยนะครับผม
แต่หากต้องการซ่อมรถ หรืออาจจะมีค่าความเสียหายอื่น ๆ ของบุคคลภายนอก ที่เกิดจากอุบัติเหตุของเรา (เช่น เสาไฟฟ้าของทางหลวง รั้วบ้านของคนอื่น รถยนต์หรือทรัพย์สินของคนอื่น ฯลฯ) ต้องมีประกันภัยภาคสมัครใจติดไว้ด้วยนะครับผม
บทความที่เกี่ยวข้อง ทำไมควรมีประกันติดรถไว้ แค่พ.ร.บ.ไม่พอเหรอ?
แล้ว พ.ร.บ. มอเตอร์ไซค์ คุ้มครองอะไรบ้าง?
- คุ้มครองค่าเสียหายเบื้องต้น โดยที่ยังไม่ต้องพิสูจน์ความผิด (คุ้มครองทั้งคนขับและคนซ้อน)
- คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล จ่ายตามจริง ไม่เกิน 30,000 บาท ต่อคน
- คุ้มครองการเสียชีวิต ทุพพลภาพ สูญเสียอวัยวะ ชดเชย 35,000 บาท ต่อคน
แล้วถ้าพิสูจน์แล้วว่าเราเป็นฝ่ายถูก พ.ร.บ. ยังคุ้มครองค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติมอีกด้วยนะครับ
- ค่ารักษาพยาบาล จ่ายตามจริง วงเงินไม่เกิน 80,000 บาท
- เสียชีวิต ทุพพลภาพ ชดเชย 300,000 บาท
- สูญเสียอวัยวะ (ชดเชยตามเกณฑ์ที่ระบุ)
- หากมีการรักษาตัวในโรงพยาบาล (ผู้ป่วยใน) ชดเชยวันละ 200 บาท สูงสุดไม่เกิน 20 วัน
คุ้มครองขนาดนี้ เบี้ย พ.ร.บ. มอเตอร์ไซค์จะเท่าไรกันนะ? ไม่ต้องกังวลเลยครับ เพราะ พ.ร.บ. ถูกออกแบบมาให้เข้าถึงได้ง่าย ดังนั้นค่าเบี้ยต้องเข้าถึงง่ายด้วยเช่นกัน
อ้างอิง บริษัทกลาง ฯ อัตราเบี้ยประกันภัย พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ ปี 2567 ดังนี้ครับ

- ประเภทรถ ส่วนบุคคล
| ขนาดของรถมอเตอร์ไซค์ | ค่าเบี้ย พ.ร.บ. |
| จยย. ไม่เกิน 75 ซี.ซี. | 161.57 บาท |
| จยย. เกิน 75 ซี.ซี. ถึง 125 ซี.ซี. | 323.14 บาท |
| จยย. เกิน 125 ซี.ซี. ถึง 150 ซี.ซี. | 430.14 บาท |
| จยย. เกิน 150 ซี.ซี. ขึ้นไป | 645.21 บาท |
| จยย. ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า | 323.14 บาท |
- ประเภทรถ รับจ้าง / ให้เช่า / สารธารณะ
| ขนาดของรถมอเตอร์ไซค์ | ค่าเบี้ย พ.ร.บ. |
| จยย. ไม่เกิน 75 ซี.ซี. | 161.57 บาท |
| จยย. เกิน 75 ซี.ซี. ถึง 125 ซี.ซี. | 376.64บาท |
| จยย. เกิน 125 ซี.ซี. ถึง 150 ซี.ซี. | 430.14 บาท |
| จยย. เกิน 150 ซี.ซี. ขึ้นไป | 645.21 บาท |

เอกสารใช้แจ้งเคลม พ.ร.บ.จักรยานต์ยนต์ เคลมอย่างไร ใช้เอกสารอะไรบ้าง?
เอกสารหลัก (ยื่นเอกสารที่บริษัทประกัน ฯ ที่เราซื้อ พ.ร.บ. ภายใน 180 วันหลังเกิดเหตุ)
- สำเนาบัตรประชาชน เซ็นรับรองแล้ว
- สำเนาใบขับขี่ เซ็นรับรองแล้ว
- ใบแจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวัน เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการเคลมค่าสินไหมทดแทน กรณีที่ต้องพิสูจน์ว่าผู้ขับขี่เป็นฝ่ายถูก
เอกสารเพิ่มเติม กรณีบาดเจ็บเล็กน้อย
- ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล
เอกสารเพิ่มเติม กรณีบาดเจ็บจนต้องนอนโรงพยาบาล (ผู้ป่วยใน)
- ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล (ถ้ามี)
- ใบรับรองแพทย์ ระบุว่าจำเป็นต้องพักรักษาในโรงพยาบาล
เอกสารเพิ่มเติม กรณีทุพพลภาพ
- ใบรับรองแพทย์ ระบุการรักษา
- หนังสือรับรองความพิการ
- สำเนาบันทึกประจำวันของพนักงานสอบสวน
เอกสารเพิ่มเติม กรณีเสียชีวิต
- สำเนาบัตรประชาชนผู้เสียชีวิต
- ใบมรณบัตร
- สำเนาบัตรประชาชนทายาทหรือผู้รับมรดก
- สำเนาทะเบียนบ้านทายาทหรือผู้รับมรดก
- สำเนาบันทึกประจำวันของพนักงานสอบสวน
เอกสารอื่น ๆ เพิ่มเติม แล้วแต่กรณี ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของบริษัทประกัน ฯ
- สำเนาทะเบียนรถ
- เอกสารบันทึกประวันตัวจริง
หากคุณกำลังง่วนอยู่กับเรื่องการทำประกันภัยรถยนต์ ต่อภาษี และต้องการความสะดวก นินนินขอแนะนำบริการต่อ พ.ร.บ., ต่อภาษี และทำประกันรถยนต์ จาก TT Insurance Broker เพราะ TTIB มีบริการรับทำทั้ง พ.ร.บ. และทำประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ นอกจากนี้ยังคอยดูแลและให้คำแนะนำประกันแผนที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละท่านอีกด้วย ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยรถยนต์ของเรา ที่ Facebook page: TT Insurance Broker, Line official @TTIB, www.ttib.co.th หรือ หมายเลขโทรศัพท์ 02-248-4848 วันจันทร์-ศุกร์ในเวลาทำการ 08.30-17.00 น.
TTIB ประกันดีต่อใจ บริการว่องไว ใส่ใจคุณ