รถชนเสาไฟฟ้าล้มทับใส่บ้านเรือน เกิดอัคคีภัยแถมไฟดับทั่ว เสียหายนับสิบล้าน! ถ้าเป็นประกันรถยนต์ชั้น 2+ คุ้มครองแค่ไหน?
ทีทีไอบีขอแสดงความเสียใจต่อเหตุสลดเมื่อวันพุธที่ 9 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุรถกระบะส่งน้ำดื่มแหกโค้ง พุ่งชนเสาไฟฟ้าหักโค่นหลายสิบต้น บริเวณด้านหน้าร้านฮิมโก้ง ถนนสายหนองฮ่อ ต. ช้างเผือก อ. เมืองเชียงใหม่ โดยมีผู้เสียชีวิต 1 รายเป็นผู้โดยสารรถกระบะ อีกทั้งเกิดความเสียหายกับทรัพย์สินทั้งของรัฐและประชาชนเป็นวงกว้าง นับเป็นวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ รวมผู้เสียหายกว่า 2 แสนคน
ก่อนอื่น นินนินขอฝากการปฏิบัติตัว สำหรับเรา ๆ ที่อาจจะไปเป็นผู้พบเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวหรือเป็นผู้ประสบภัย (ขอให้เป็นแค่เหตุการณ์สมมตินะครับ) เป็นหลักปฏิบัติคร่าว ๆ ง่าย ๆ จำไว้เพื่อเตรียมพร้อมนะครับ

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ไทยรัฐออนไลน์
1.ตั้งสติ : สำคัญที่สุดเลยครับ เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น ตรวจสอบในทันทีว่าผู้ขับขี่และผู้โดยสารในรถได้รับบาดเจ็บหรือไม่ หากมีผู้ได้รับบาดเจ็บเช็คอาการเบื้องต้นว่าสามารถขยับร่างกายได้หรือไม่ หากเคลื่อนไหวได้ควรเคลื่อนย้ายไปอยู่บริเวณที่ปลอดภัย เพราะเป็นไปได้ว่าอาจมีการร่วงหล่นเพิ่มเติมจากเสาไฟที่ได้รับความเสียหาย หรือตัวรถที่ได้รับความเสียหายอาจเกิดการรั่วไหลของเชื้อเพลิง เกิดประกายไฟ เกิดการระเบิดได้ แต่หากบาดเจ็บหนัก หรือไม่สามารถเคลื่อนได้ด้วยตนเอง โทรแจ้งหน่วยกู้ภัยหรือโรงพยาบาล เช่น หน่วยแพทย์กู้ชีวิต วชิรพยาบาล โทร. 1554, ศูนย์ร้องทุกข์กรุงเทพมหานคร โทร. 1555, ศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร โทร. 1646, สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ โทร. 1669
2.โทรแจ้งตำรวจ : โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ โทร.191 และให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับเหตุการณ์ ชื่อผู้ประสบภัย สถานที่เกิดเหตุ และหมายเลขสำหรับติดต่อกลับ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ลงบันทึกประจำวันหรือแจ้งความไว้เพื่อเป็นหลักฐาน ประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ เช่น ในกรณีนี้คือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
3.โทรแจ้งบริษัทประกันภัย : ควรพกข้อมูลเกี่ยวกับประกันภัย หรือ พ.ร.บ. ติดรถ เพื่อความสะดวกเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน สามารถโทรแจ้งข้อมูลกับเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ทันท่วงที โดยโทรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเบื้องต้นว่าอยู่ในความคุ้มครองตามเงื่อนไขประกันภัยหรือไม่ หากอยู่ในเงื่อนไข เจ้าหน้าที่จะมาตรวจสอบความเสียหาย ณ ที่เกิดเหตุ และจัดทำเอกสารด้านการประกันภัยให้แก่ท่าน รวมถึงการมีส่วนประสานงานระหว่าง เจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยงานที่ดูแล และตัวบริษัทประกันภัยเอง เพื่อเยียวยาผู้ประสบภัย
ทีนี้มาถึงประเด็น ‘ประกันรถยนต์ 2+ คุ้มครองหรือไม่?’ สำหรับเหตุการณ์แบบนี้
ทุกท่านน่าจะพอทราบกันอยู่แล้วว่า ประกันรถยนต์ชั้น 2+ จะต่างจากประกันรถยนต์ชั้น 1 ความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถของเรา (ซ่อมเรา) ซึ่งคุ้มครองเฉพาะค่าเสียหายจากกรณีรถชนรถ (ยานพาหนะทางบก ) เท่านั้น (คู่กรณีเป็นรถที่อยู่ในที่เกิดเหตุ) เท่ากับว่าในกรณีนี้ หากว่าทางรถกระบะส่งน้ำดื่มจะมีการทำประกันรถยนต์ประเภท 2+ เอาไว้ ค่าซ่อมรถกระบะนั้นจะไม่สามารถเคลมได้เลยครับ เพราะเป็นอุบัติเหตุการชนแบบไม่มีคู่กรณี
มาดูในส่วนของความเสียหายต่อบุคคลภายนอกกันบ้าง ประกันรถยนต์ประเภท 2+ มีความคุ้มครองส่วนนี้อยู่ครับ แต่วงเงินความคุ้มครองจะแตกต่างกันไปตามแผนประกันภัย เพราะมีการใช้งานรถไม่เหมือนกัน ปกติถ้าเราใช้รถเอง ขับขี่ทั่วไป จะเรียกว่าเป็นการใช้งานส่วนบุคคล แต่กรณีรถกระบะส่งน้ำดื่มนี้ เรียกว่าเป็นการใช้งานเชิงพาณิชย์ครับ
ยกตัวอย่างของแผนประกันภัยรถยนต์รายปี ประเภท 2+ ของ บมจ. คุ้มภัยโตเกียวมารีน ฯ สำหรับรถกระบะการใช้งานเชิงพาณิชย์ หมวดความคุ้มครองบุคคลภายนอก จะอยู่ที่
- ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย และอนามัย ของบุคคลภายนอก ส่วนเกินจาก พ.ร.บ. สูงสุด 10 ล้านบาท ต่อครั้ง
- ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย และอนามัย ของบุคคลภายนอก 5 แสนบาท ต่อคน (แต่รวมแล้วไม่เกิน 10 ล้าน บาท ต่อครั้ง)
- ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก 600,000 บาท ต่อครั้ง

ซึ่งในเหตุการณ์ครั้งนี้ ปัจจุบันยังไม่สามารถสรุปยอดความเสียหายต่อร่างกาย ชีวิต และอนามัยของบุคคลภายนอกได้ครบถ้วนเนื่องจากความเสียหายเกิดขึ้นเป็นวงกว้างมาก แต่ในหมวดนี้ แผนประกันรถยนต์ชั้น 2+ จะให้ความคุ้มครองต่อทั้งหมดที่เกิดจากเหตุการณ์นี้อยู่ที่วงเงิน 10 ล้านบาทครับ
สำหรับทรัพย์สิน ได้มีสำนักข่าวหลายที่ประเมินความเสียหายออกมาแล้ว โดยเฉพาะเสาไฟฟ้าที่ล้มเป็นโดมิโน่ต่อกันเป็นระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร สรุปเสียหายดังนี้ครับ
- เสาไฟฟ้าเสียหายรวมทั้งหมด 52 ต้น
- เสาแรงสูง 115 kV จำนวน 24 ต้น
- เสาแรงสูง 22 kV จำนวน 23 ต้น
- เสาแรงต่ำ 9 เมตร 5 ต้น
- หม้อแปลง 7 ลูก
- มิเตอร์ไฟฟ้า 34 เครื่อง
- รถยนต์และบ้านเรือนได้รับความเสียหายประมาณ 20 หลัง
- เป็นต้นเหตุให้ไฟดับ 3 อำเภอ
ซึ่งทั้งหมดที่ลิสต์มานี้จะอยู่ในหมวดความคุ้มครองทรัพย์สินบุคคลภายนอก เท่ากับในกรณีนี้ทางประกันภัยจะรับผิดชอบสูงสุดไม่เกิน 600,000 บาท ซึ่งบริษัทประกันภัยอาจเป็นผู้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผู้ดูแลทรัพย์สินนั้นๆ เพื่อชดเชยความเสียหายดังกล่าว
ในส่วนเรื่องความเสียหายจากเหตุที่เกิดขึ้น กรณี เสียชีวิต ทุพพลภาพ สำหรับคนขับและผู้โดยสารนั้นจะได้รับความคุ้มครองอยู่ที่คนละ 100,000 บาท โดยมีค่ารักษาพยาบาลอยู่ที่คนละ 100,000 บาท

อย่างไรก็ดี แม้ว่ารถไม่ได้มีทำประกันรถยนต์ภาคสมัครใจเอาไว้ อย่าลืมตรวจสอบความคุ้มครองจาก พ.ร.บ. โดยต้องมีการเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อยื่นเรื่องในภายหลัง เช่น ใบเสร็จรับเงินจากโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล หรือหลักฐานการแจ้งหนี้เกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ในกรณีบาดเจ็บ, ใบรับรองแพทย์ หรือความเห็นแพทย์ หรือหลักฐานอื่นใดที่ระบุว่าเป็นผู้ประสบภัยซึ่งทุพพลภาพ ในกรณีทุพพลภาพ, สำเนามรณบัตร (กรณีมีผู้เสียชีวิต), สำเนาบันทึกประจำวันของพนักงานสอบสวน หรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่าผู้นั้นได้รับความเสียหายจากการประสบภัยจากรถเพิ่มเติมด้วย
อ่านมาถึงตรงนี้ท่านน่าจะเห็นว่าการ ชำระภาษีรถยนต์และต่อ พ.ร.บ. ทุกปีให้ถูกต้องตามกฎหมาย รวมไปถึงการทำประกันรถยนต์เพื่อบริหารความเสี่ยงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ นะครับ มีรถ ต้องมี พ.ร.บ. + ต่อภาษี + มีประกันภัย เดี๋ยวนี้มีแผนประกันออกมามากมายเพื่อให้เข้าถึงการประกันภัยได้ง่ายกว่าเดิม ทั้งแบบรายปี และแบบรายเดือน สำหรับผู้ที่นาน ๆ ใช้รถที ซึ่งเบี้ยประกันเริ่มต้นไม่กี่ร้อยบาท ถ้าเทียบกับความคุ้มครองที่ได้รับแล้ว คุ้มมาก ๆ เลยครับ

หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องความคุ้มครองหรือเงื่อนไขการทำประกันภัย สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยรถยนต์ของ TT Insurance Broker ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายที่ช่องทางการติดต่อ Facebook page: TT Insurance Broker, Line official @TTIB, www.ttib.co.th หรือ หมายเลขโทรศัพท์ 02-248-4848 วันจันทร์-ศุกร์ในเวลาทำการ 08.30 – 17.00 น.
#ประกันรถยนต์ #TTIBประกันดีต่อใจ #บริการว่องไวใส่ใจคุณ #ไฟไหม้เชียงใหม่
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ไทยรัฐออนไลน์