ภาษาไทย

วิธีดูแลรถหลังสงกรานต์ คราบแป้ง-ดินสอพองล้างไม่ออกทำไง

/

รถเลอะแป้งหลังเล่นสงกรานต์ทำยังไง

วิธีดูแลรถหลังสงกรานต์ คราบแป้ง-ดินสอพองล้างไม่ออกทำไง

‘นินนิน’ ขอแบ่งปันวิธีการดูแลรถยนต์หลังจากไปลุยเทศกาลสงกรานต์ ทั้งเลอะน้ำสี คราบแป้ง ดินสอพอง ต้องล้างยังไงไม่ให้รถเสียหาย หรือส่งผลเสียระยะยาว รวมถึงจุดสำคัญที่ต้องตรวจเช็คและดูแลเป็นพิเศษก่อนนำรถกลับไปใช้ในชีวิตประจำวันตามปกติ ‘นินนิน’ มีคำตอบมาให้แล้วคร้าบ                              

1.ล้างคราบแป้งสงกรานต์ให้ไวที่สุด  

น่าจะเป็นเรื่องที่คนรักรถทราบกันดีอยู่แล้วว่าเมื่อมีคราบไม่พึงประสงค์มาเลอะเทอะเกาะที่ตัวรถ หรือกระจกควรจะทำความสะอาดโดยเร็ว เพราะว่าคราบต่าง ๆ จะเกาะผิวและทำลายสีรถให้เสื่อมสภาพไว เป็นด่าง หรือสีหลุดเสียโฉมได้ ในเทศกาลสงกรานต์ที่มีการเล่นแป้ง ดินสอพอง รวมถึงน้ำสี หรืออาจจะมีบางที่ใช้น้ำที่ไม่สะอาดนัก คราบเหล่านี้ก็จะมาเกาะที่ตัวรถ หากปล่อยเอาไว้แค่เพียงข้ามวันบอกเลยว่าผิวของรถเป็นคราบอย่างแน่นอน ตัวแป้งหรือดินสอพองมีฤทธิ์เป็นด่างที่สามารถกัดชั้นแลคเกอร์เคลือบสีรถได้ จึงควรล้างและเช็ดให้แห้งทันทีที่กลับจากเทศกาล (ไม่ควรทิ้งไว้ให้แห้งเอง โดยเฉพาะเมื่อจอดที่แดดจัด) รวมถึงควรมีเคลือบแวกซ์ให้รถกลับมาเงางาม ส่วนกระจก หากมีคราบแป้งเกาะติดอยู่ นอกจากล้างทำความสะอาดแล้ว สามารถใช้นำยาเช็ดกระจกที่มีสารไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์มาทำความสะอาดเพิ่มให้กระจกใส ซึ่งทั้งการล้างรถและกระจกนั้นสามารถทำได้เอง หรือใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญก็ได้เช่นกัน แต่ ไม่ควรล้างขณะที่รถร้อน หรือจอดตากแดดนะ รอให้รถเย็นตัวลงก่อน ไม่เช่นนั้นจะยิ่งเป็นคราบน้ำนั่นเองนะคร้าบ

2.เช็คแผลขูดขีดตัวถัง

เมื่อขับขี่ไปเล่นน้ำ หรือในสถานที่ที่มีผู้คนจำนวนมาก อาจเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการขูดขีดเกิดขึ้น เช่น จากขัน ถังน้ำ ปืนฉีดน้ำ รถจักรยานยนต์ ฯลฯ หากมีรอยไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ควรมีการซ่อมสีให้เร็วที่สุดเช่2.นกัน ไม่เช่นนั้นจุดนั้นอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ตัวรถเป็นสนิมไปเลยก็ได้ สิ่งแรกที่ต้องทำคือสำรวจบาดแผลรอบรถว่ามีจุดไหนบ้าง และแต่ละรอยมีความลึกระดับไหน

2.1 หากรอยอยู่ในชั้นไม่ลึกมาก อย่างในโซนชั้นเคลือบ สังเกตได้ว่า เป็นรอยขีดขนแมว ไม่มีความลึก ฉีดน้ำแล้วรอยครูดหายไป สามารถซ่อมบำรุงได้ด้วยตัวเองที่บ้านเลยครับ ด้วยการใช้น้ำยาลบรอย ปากกาลบรอย ครีมขัดสี หรือยาสีฟัน ขั้นตอนคือ
– ทำความสะอาดฝุ่นหรือคราบสกปรก และเช็ดให้แห้ง

– ทาน้ำยาหรือครีมบริเวณที่มีรอย และใช้ผ้านิ่มหรือฟองน้ำขัดรอยนั้น4.

– ทำความสะอาด เช็ดให้แห้งอีกครั้งเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นสนิม

2.2 หากรอยอยู่ในชั้นลึก เป็นรอยอย่างชัดเจน ในชั้นสีเคลือบ ชั้นรองพื้น หรือชั้นตัวถัง แนะนำว่าควรให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลให้ เพราะอาจจะส่งผลต่อสีของตัวถังระยะยาวหากทำการซ่อมเองแบบผิดวิธี ใครมีประกันรถยนต์ชั้น 1 ก็เบาใจได้หน่อยเพราะว่าเคลมประกันได้ไม่ต้องเสียเงินเองทั้งหมด (เสนอว่าให้เคลมในเคสใหญ่ ๆ ที่เป็นรอยลึก หรือหากใกล้ ๆ ครบรอบประกันก็เคลมทีเดียวกับรอยอื่น ๆ ได้เลยนะ)

3. ตรวจยาง-ล้อโดยละเอียด

หากขับทางไกล หรือมีขับเล่นน้ำจอดริมทางก็อาจจะต้องระวังเรื่องล้อไปทับของมีคมได้ เช่น ตะปู เศษแก้ว ซึ่งอาจส่งผลต่อความปลอดภัยในการขับขี่ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตรวจสอบโดยละเอียด หากพบว่ามีวัสดุมีคม หรือตะปูปักในยางเป็นรอยแฉลบ รอยตื้น ๆ ก็ไม่น่ากังวลในการขับขี่ สามารถปะยางและใช้ได้ต่อ หรืออาจเปลี่ยนยางที่มีปัญหาไปไว้ที่ล้อหลัง แต่แนะนำว่าหากไม่มั่นใจ หรือเห็นว่ามีรอยขนาดใหญ่ เช่น รอยบาดขนาดใหญ่ รอยบาดบริเวณแก้มยาง ตะปูปักอยู่ในยาง การปะอาจจะไม่เพียงพอ ควรเปลี่ยนยางเพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อยางระเบิด หรือยางรั่วขณะขับขี่

4.เช็คการทำงานของเครื่องยนต์

เป็นสิ่งที่เจ้าของรถควรทำเป็นประจำทุก ๆ ปี และสังเกตขณะขับขี่ในทุกวันว่ารถมีความผิดปกติด้านใดบ้าง เช่น เสียง ความไหลลื่นขณะขับขี่ การควบคุมตัวรถ ในรายละเอียดต่าง ๆ ของเครื่องยนต์ ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่ หม้อน้ำ น้ำมันเครื่อง อาจจะต้องหมั่นดูแลเป็นพิเศษ

5.ทำความสะอาดภายในรถยนต์

ช่วงเทศกาลหรือการเดินทางไกลหลาย ๆ บ้านอาจจะมีพกเสบียงขึ้นไปบนรถ กลิ่นอาหาร รวมไปถึงเศษอาหารก็เป็นเรื่องที่ต้องดูแล เพื่อให้รถสะอาด ไม่เรียก มด-หนู ขึ้นมาทำรัง ด้วยการใช้เครื่องดูดฝุ่นตามซอกต่าง ๆ ในผ้าไฟเบอร์ชุบน้ำหมาดเพื่อทำความสะอาดคราบตามจุดต่าง ๆ หรือน้ำยาเพื่อทำความสะอาดเบาะที่เหมาะสมกับรถแต่ละรุ่น รวมถึงถอดแผ่นยางรองพื้นไปล้างทำความสะอาด ผึ่งให้แห้ง อาจใช้สเปรย์ปรับอากาศเพื่อช่วยให้กลิ่นต่าง ๆ ในรถดีขึ้น แต่สำหรับใครที่เปิดรถเล่นน้ำหรือมีน้ำสาดเข้ามาในรถ อาจต้องดูแลเรื่องความชื้นเป็นพิเศษ ด้วยการเปิดประตูทิ้งไว้ในที่โล่งอากาศถ่ายเทสะดวก หรืออาจนำพัดลมเป่าให้แห้ง หากทิ้งไว้อาจกลายเป็นเชื้อรา และภายในรถมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ระยะยาว

เชื่อว่าพอจะเป็นแนวทางให้ได้ดูแลรถหลังจากผ่านเทศกาลสงกรานต์กันครับ และอย่าลืมทำประกันรถยนต์ ไม่ว่าเทศกาลไหน ๆ ก็คุ้มครองรถของคุณ TT Insurance Broker โบรกเกอร์ประกันภัยสัญชาติญี่ปุ่นที่เปิดให้บริการชาวไทย ประกันรถยนต์ ทุกชั้นจากหลายบริษัทประกัน เลือกทุนได้เอง ที่สำคัญบริการด้วยความจริงใจจากผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ทำความรู้จักเรา หรือติดต่อสอบถามด้านประกันภัยได้ที่ Facebook page: TT Insurance Broker, Line official: @TTIBwww.ttib.co.th หรือ 02-248-4848 วันจันทร์-ศุกร์ในเวลาทำการ 08.30-17.00 น.

ที่มาข้อมูล :

-

ประกัันภัยที่เกี่ยวข้อง

แชร์โพสต์นี้

Popular Tags